โครงการป้องกันและลดผลกระทบอันตรายจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน ของผู้ใช้สารเสพติดในชุมชน จังหวัดสงขลา
-
1. นางสาวซูฮายนงค์สมาเฮาะ
-
2. นางสาวมารีหยาม ชัยรามัน
-
3. นางสาวปริญดา สือรี
-
4. นางสาวสุวรรณีย์ เหย็งมิ
-
5. นายเสกสรรค์ ส่งศรี
-
นายซำสูรีย์ วาอีบาสู
ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่สองผลกระทบต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ และประเทศชาติปัจจุบันประเทศไทยยังมีผู้ใช้ยาและสารเสพติดจำนวนมาก โดยหลังผ่านการบำบัดรักษาในระบบสถานพยาบาล ยังมีโอกาสกลับไปใช้ซ้ำ เนื่องจากขาดการดูแลต่อเนื่องในชุมชน การแก้ไขปัญหาการใช้สารเสพติดจึงต้องอาศัยแนวทางที่เข้าใจพฤติกรรมและสภาพความเป็นจริงของผู้ใช้ยาและสารเสพติด มากกว่าการมุ้งเน้นการเลิกใช้เพียงอย่างเดียวแนวคิด “การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด” จึงเป็นมาตรการสำคัญที่มุ่งลดผลกระทบทางสุขภาพและสังคม แม้ผู้ใช้สารจะยังไม่สามารถเลิกใช้ได้ทั้งหมด โดยเน้นให้ผู้ใช้สารสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การให้ความรู้ ความเข้าใจ และอุปกรณ์ที่ปลอดภัย การดูแลด้านสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่นเอชไอวี และไวรัสตับอักเสบซี รวมถึงลดปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม และผลกระทบทางสังคม การขับเคลื่อนแนวทาง “การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด” ในระดับชุมชนจึงมีความจำเป็น เพื่อเชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หน่วยบริการสุขภาพ และกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นหรือพื้นที่ ในการจัดบริการที่เหมาะสมต่อกลุ่มผู้ใช้ยาและสารเสพติด สนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการสร้างโอกาสในการกลับคืนสู่สังคมอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
-
1. เพื่อลดผลกระทบทางกาย จิตใจ และการอยู่ร่วมของผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
2. เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อที่เกิดการใช้ยาและสารเสพติด
-
3. เพื่อลดปัญหาการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน500
ป้องกันและลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด และกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดสารทุกประเภท จำนวน 500 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม 1.เตรียมความพร้อมและประชาสัมพันธ์กิจกรรม ประสานงานกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อคัดเลือกและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมจัดเตรียมสถานที่ วิทยากร สื่อ และอุปกรณ์ที่จำเป็น 2.กิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม จัดกิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับทีมงาน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3.อบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทและผลกระทบของยาเสพติด อันตรายจากการใช้สารเสพติด รวมถึงแนวทางการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ 4.ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับผู้ใช้สารเสพติด รวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิต และแนวทางการขอรับความช่วยเหลือหรือเข้าสู่บริการสุขภาพที่เหมาะสม 5.อบรมความรู้เรื่องโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่สำคัญ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบซี และวัณโรค ตลอดจนปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิ 6. กิจกรรมการจัดการความเครียดและการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้วิธีจัดการความเครียดและอารมณ์อย่างเหมาะสม ฝึกทักษะการผ่อนคลาย และเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อไม่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง 7.เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำปรึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และความต้องการด้านสุขภาพกับทีมงาน พร้อมให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล และประเมินความต้องการในการรับบริการหรือการส่งต่อ 8.สรุปกิจกรรมและถอดบทเรียน ดำเนินการสรุปผลการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมและทีมงาน โดยเปิดโอกาสให้สะท้อนความคิดเห็น สิ่งที่ได้รับจากกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานและพัฒนาการให้บริการในครั้งต่อไป1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570
1.เชิงปริมาณ: จำนวนผู้ใช้สารเสพติดและผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงสิทธิ์การจัดบริการสาธารณสุขเชิงรุกและรับอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย (จำนวน 500 ราย) 2.เชิงคุณภาพ: อัตราผู้รับบริการที่ได้รับการประสานส่งต่อระบบบริการการแพทย์และระบบยาทดแทนสำเร็จ (Test & Treat) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนดัชนีคุณภาพชีวิต (WHOQOL-BREF-THAI) ปรับตัวสูงขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ 3.ผลสัมฤทธิ์: อัตราการคงอยู่ในระบบการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง (Retention Rate) ไม่น้อยกว่าร้อยละ๙๐และอัตราการกลับไปเสพซ้ำที่สร้างความรุนแรงในชุมชนลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานสาธารณสุข
1092500 บาท-
การเสนองบประมาณโครงการ อ้างอิงอัตราเหมาจ่ายค่าบริการสาธารณสุขและระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัด อบจ.สงขลา โดยมีรายละเอียดรายการค่าใช้จ่ายดังนี้: 1.ค่าจัดบริการสาธารณสุขเชิงรุกรายบุคคลครอบคลุมกิจกรรม RRTTPR (การเข้าถึง, คัดกรองโรคทางกาย/จิต, ให้ความรู้ MI, บริการลดอันตราย, ติดตามเยี่ยมบ้านและประคับประคองระบบ Retain) 500 ราย × 2,185 บาท/ราย/ปี(ตามอัตราโครงสร้างค่าบริการกองทุนฯ) 1,092,500 รวมงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น (หนึ่งล้านเก้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) 1,092,500 บาท อ้างอิง หลักเกณฑ์ประกาศสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เรื่อง การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับบริการผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในลักษณะเชิงรุก บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน บริการผ้าอ้อมสำหรับผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง และบริการแว่นตาสำหรับเด็ก พ.ศ. 2569บาท
-
โครงการบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน เน้นการทำงานเชิงรุกในระดับชุมชนผ่านเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้ยาเสพติด โดยการให้บริการตรงกับผู้ใช้ยาเสพติด และส่งต่อบริการแก่หน่วยบริการภาครัฐในพื้นที่ โดยมีวิธีการดำเนินงานดังนี้
1. ค้นหาผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน
2. ให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและอันตรายจากการใช้ยาเสพติดแก่กลุ่มเป้าหมาย
3. ประเมินความเสี่ยงและภาวะการใช้ยา เพื่อพิจารณารูปแบบการจัดการกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล
4. ประเมินสุขภาพจิตด้วยชุดประเมิน และส่งต่อเข้ารับการรักษาเมื่อมีอาการรุนแรงหรือต้องการ
5. ส่งต่อผู้ที่มีภาวะเสี่ยงและต้องการรับการรักษา จากการประเมิน ข้อ 3. และ 4.
6. จัดทำประวัติข้อมูล สุขภาพ ภาวะจิต โดยการใช้แบบคัดกรอง
7. ให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด เพื่อ ลด ละ หยุดใช้
8. ติดตามสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
9. ประเมินและส่งต่อเข้ารับบริการช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านสุขภาพ ด้านส่งเสริมอาชีพ ด้านสังคม และกฎหมาย
10. ติดตามให้คงอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การรักษาโรค การบำบัด ตลอดจนคงสภาพการปลอดยาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
หมายเหตุ : เอกสารเพิ่มเติม
ผนวก ก : ชุดบริการลดอันตรายจากยาเสพติด กรมการแพทย์
- ผู้ใช้ยาเสพติดที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดและควบคุมปริมาณการใช้ยาเสพติดจนไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองและคนรอบข้าง
- ปัญหาการใช้ความรุนแรงของผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชนลดลง
