โครงการป้องกันและลดผลกระทบอันตรายจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน ปีงบประมาณ พ.ศ.2570 จังหวัดปัตตานี
-
นางสาวนฤมล คะเนรัตน์
ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับภารกิจด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพตามระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปัจจุบันประเทศไทยยังคงมีผู้ใช้ยาและสารเสพติดจำนวนมาก แม้ว่าบางส่วนจะได้รับการบำบัดรักษาในระบบสถานพยาบาลแล้ว แต่ยังคงมีโอกาสกลับไปใช้ซ้ำ เนื่องจากขาดการดูแลด้านสุขภาพและสังคมอย่างต่อเนื่องในระดับชุมชน จากข้อมูลการดำเนินงานในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 หน่วยงาน APASS จังหวัดปัตตานี สามารถเข้าถึงและให้บริการด้านสุขภาพแก่ผู้ใช้สารเสพติดในจังหวัดปัตตานี จำนวน 1,049 ราย ซึ่งประกอบด้วยอำเภอเมือง อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอหนองจิก และอำเภอโคกโพธิ์ ซึ่งสะท้อนถึงความจำเป็นในการพัฒนากลไกการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในระดับชุมชน ผ่านการดำเนินงานของภาคประชาสังคมที่ทำงานใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย แม้ว่าผู้ใช้สารเสพติดด้วยวิธีสูข ยังคงมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อที่เป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญ ได้แก่ เอชไอวี (HIV) ไวรัสตับอักเสบซี (Hepatitis C) และวัณโรค (Tuberculosis) เนื่องจากปัจจัยด้านพฤติกรรมสุขภาพ สภาพแวดล้อม และการขาดความรู้และทักษะในการป้องกันโรคอย่างปลอดภัย รวมถึงข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการตรวจคัดกรองและการดูแลรักษาตามสิทธิประโยชน์ในระบบหลักประกันสุขภาพ นอกจากนี้ ในพื้นที่ยังพบกลุ่มหญิงสาวบริการที่มีการใช้สารเสพติดร่วมกับการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่มีความเปราะบางและมีความเสี่ยงด้านสุขภาพสูง จากปัจจัยด้านอาชีพ การขาดอำนาจต่อรองด้านความปลอดภัย และการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่ไม่สม่ำเสมอ หากไม่ได้รับการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่ปลอดภัยและการคุ้มครองสิทธิด้านสุขภาพอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การแพร่กระจายของโรคติดต่อในระดับชุมชน สถานการณ์การใช้สารเสพติดในจังหวัดปัตตานี สะท้อนถึงความจำเป็นในการจัดบริการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคเชิงรุกในกลุ่มประชาชนที่มีความเสี่ยง โดยพบการใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิต และพฤติกรรมสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มประชากรเปราะบางและผู้ใช้สารเสพติดที่มีปัญหาสุขภาพจิตร่วม หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบบริการสุขภาพและการเกิดปัญหาสุขภาพเรื้อรังในระยะยาว แนวคิด “การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด” (Harm Reduction) เป็นแนวทางที่สอดคล้องกับหลักการของการส่งเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยมุ่งเน้นให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ การให้ความรู้และทักษะด้านสุขภาพ การส่งเสริมพฤติกรรมที่ปลอดภัย การตรวจคัดกรองโรคติดต่อที่สำคัญ การดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต และการเชื่อมโยงเข้าสู่ระบบบริการสาธารณสุขตามสิทธิอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น กลุ่มส่งเสริมการเข้าถึงการสนับสนุนด้านสุขภาพและสังคม จังหวัดปัตตานี จึงมีความประสงค์จัดทำโครงการสนับสนุนบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในชุมชน และบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน (Harm Reduction) โดยมุ่งเน้นการดูแลกลุ่มผู้ใช้สารเสพติดและกลุ่มประชากรเปราะบางที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคติดต่อ ในอำเภอเมือง อำเภอยะหริ่ง อำเภอปะนาเระ อำเภอสายบุรี อำเภอหนองจิก และอำเภอโคกโพธิ์ เพื่อให้สามารถเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสม ได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ลดความเสี่ยงต่อการแพร่กระจายของโรค และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในชุมชนได้อย่างปลอดภัย มีคุณภาพชีวิตที่ดี และยั่งยืน
-
๑. เพื่อลดผลกระทบทางกาย จิตใจ และการอยู่ร่วมของผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
๒. เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อที่เกิดการใช้ยาและสารเสพติด
-
๓. เพื่อลดปัญหาการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
ผู้ใช้สารเสพติด500
ผู้ใช้สารเสพติด
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. ค้นหาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน
๑. ค้นหาและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในชุมชน ลงพื้นที่ค้นหาและเข้าถึงผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน สร้างความไว้วางใจ และพูดคุยเพื่อประเมินความต้องการด้านสุขภาพและการช่วยเหลือ
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570ผู้ใช้ยาและสารเสพติดได้รับการค้นหา เข้าถึง และขึ้นทะเบียนข้อมูลรายบุคคล กลุ่มเป้าหมายเข้าถึงบริการสุขภาพและการช่วยเหลือได้มากขึ้น
1092500 บาท -
2. ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการลดอันตราย
๒. ให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการลดอันตรายจากการใช้ยา ให้ข้อมูลเกี่ยวกับประเภทของยาเสพติด ผลกระทบและอันตรายจากการใช้ยา รวมถึงแนวทางการลดความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพ
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด อันตราย และการป้องกันความเสี่ยง กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพและลดพฤติกรรมเสี่ยงได้
บาท -
3. คัดกรองและประเมินความเสี่ยงการใช้ยา
๓. ประเมินความเสี่ยงและภาวะการใช้ยาเสพติดรายบุคคล ใช้แบบคัดกรองเพื่อประเมินพฤติกรรมการใช้ยา ระดับความเสี่ยง ปัญหาสุขภาพ และความต้องการรับความช่วยเหลือ เพื่อนำไปกำหนดแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินความเสี่ยงและจำแนกระดับการดูแลรายบุคคล ได้แนวทางการดูแลที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงของแต่ละบุคคล
บาท -
4. ประเมินสุขภาพจิต
๔. ประเมินสุขภาพจิตและคัดกรองภาวะเสี่ยง ประเมินสุขภาพจิตด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม หากพบภาวะเสี่ยงหรือมีอาการรุนแรง ให้คำแนะนำและส่งต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพตามความเหมาะสม
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับการคัดกรองสุขภาพจิต และผู้มีภาวะเสี่ยงได้รับการส่งต่อ ผู้มีปัญหาสุขภาพจิตได้รับการดูแลและเข้าถึงบริการที่เหมาะสมอย่างต่อเนื่อง
บาท -
5. ส่งต่อผู้ที่มีภาวะเสี่ยงและต้องการรักษา
๕. ให้คำปรึกษาเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด ให้คำปรึกษาแบบรายบุคคล เพื่อสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงผลกระทบของการใช้ยา และส่งเสริมการ ลด ละ หรือหยุดใช้ยา ตามความพร้อมของแต่ละบุคคล
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570ผู้มีความเสี่ยงหรือมีความต้องการรักษาได้รับการประสานและส่งต่อ กลุ่มเป้าหมายเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพและได้รับการรักษาตามความเหมาะสม
บาท -
6. จัดทำข้อมูลสุขภาพและภาวะจิตรายบุคคล
๖. จัดทำประวัติและบันทึกข้อมูลสุขภาพรายบุคคล จัดเก็บข้อมูลด้านสุขภาพ ภาวะการใช้ยา สุขภาพจิต และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้แบบคัดกรองและแบบบันทึกที่กำหนด เพื่อใช้ในการวางแผนดูแลและติดตามต่อเนื่อง
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570มีข้อมูลสุขภาพ ภาวะการใช้ยา และสุขภาพจิตของกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ สามารถนำข้อมูลไปใช้วางแผนดูแล ติดตาม และส่งต่อรายบุคคลได้อย่างเหมาะสม
บาท -
7. ให้คำปรึกษาปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
๗. ส่งต่อเข้าสู่บริการที่เหมาะสม ประสานและส่งต่อผู้ที่มีภาวะเสี่ยงหรือมีความต้องการรับบริการเข้าสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บริการด้านสุขภาพ การบำบัดรักษา การส่งเสริมอาชีพ การช่วยเหลือด้านสังคม และด้านกฎหมาย
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับคำปรึกษาเพื่อสนับสนุนการลด ละ หรือหยุดใช้ยา กลุ่มเป้าหมายมีแนวโน้มปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดพฤติกรรมเสี่ยง และควบคุมการใช้ยาได้ดีขึ้น
บาท -
8. ติดตามและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
๘. ติดตามและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ติดตามกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง ให้กำลังใจ ให้คำปรึกษา และสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม พร้อมประเมินความก้าวหน้าและอุปสรรคเป็นระยะ
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570มีการติดตาม ให้คำปรึกษา และสนับสนุนกลุ่มเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง กลุ่มเป้าหมายสามารถคงอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและการดูแลสุขภาพ
บาท -
9. ประเมินและส่งต่อด้านสุขภาพ อาชีพ สังคม และกฎหมาย
๙. ประเมินผลและปรับแผนการช่วยเหลือรายบุคคล ทบทวนผลการติดตาม ประเมินความเสี่ยงและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไป และปรับรูปแบบการดูแลหรือส่งต่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับการประเมินความต้องการและส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเป้าหมายได้รับความช่วยเหลือแบบองค์รวม สามารถดำรงชีวิตในชุมชนได้อย่างเหมาะสม
บาท -
๑๐. สนับสนุนการคงอยู่ในกระบวนการรักษาและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม
๑๐. สนับสนุนการคงอยู่ในกระบวนการรักษาและการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ติดตามและสนับสนุนให้กลุ่มเป้าหมายสามารถคงอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การรักษา หรือการบำบัดอย่างต่อเนื่อง และส่งเสริมให้สามารถ ลดหรือหยุดใช้ยา และคงสภาพปลอดยาได้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570กลุ่มเป้าหมายได้รับการติดตามต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนให้เข้าสู่กระบวนการรักษา/บำบัด สามารถลดหรือหยุดใช้ยา คงสภาพปลอดยาได้นานขึ้น ลดผลกระทบต่อตนเองและคนรอบข้าง และลดปัญหาความรุนแรงในชุมชน
บาท -
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและบริการลดอันตรายด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต (นักเรียนจำนวน 100 คน)
จัดอบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและบริการลดอันตรายด้านสุขภาพกาย และสุขภาพจิต (นักเรียนจำนวน 100 คน)
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570• ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้รับความรู้ด้านยาเสพติด การลดอันตราย สุขภาพกาย สุขภาพจิต และโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด • ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความรู้และทักษะในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองเบื้องต้น และสามารถเลือกแนวทางการดูแลหรือขอรับความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม • เกิดความสัมพันธ์และความไว้วางใจระหว่างกลุ่มเป้าหมายกับทีมผู้ปฏิบัติงาน ส่งเสริมการเข้าถึงบริการสุขภาพ • กลุ่มเป้าหมายได้รับการเสริมแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพื่อลด ละ หรือหยุดใช้ยาเสพติดตามความพร้อมของแต่ละบุคคล และลดพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ
32200 บาท
• เตรียมความพร้อมและประชาสัมพันธ์กิจกรรม
ประสานงานกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อคัดเลือกและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมจัดเตรียมสถานที่ วิทยากร สื่อ และอุปกรณ์ที่จำเป็น
• กิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม
จัดกิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับทีมงาน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์
• อบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด
ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทและผลกระทบของยาเสพติด อันตรายจากการใช้สารเสพติด รวมถึงแนวทางการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้
• ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต
ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับผู้ใช้สารเสพติด รวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิต และแนวทางการขอรับความช่วยเหลือหรือเข้าสู่บริการสุขภาพที่เหมาะสม
• อบรมความรู้เรื่องโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด
ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่สำคัญ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบซี และวัณโรค ตลอดจนปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิ
• กิจกรรมการจัดการความเครียดและการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น
ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้วิธีจัดการความเครียดและอารมณ์อย่างเหมาะสม ฝึกทักษะการผ่อนคลาย และเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อไม่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง
• เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำปรึกษา
เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และความต้องการด้านสุขภาพกับทีมงาน พร้อมให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล และประเมินความต้องการในการรับบริการหรือการส่งต่อ
• สรุปกิจกรรมและถอดบทเรียน
ดำเนินการสรุปผลการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมและทีมงาน โดยเปิดโอกาสให้สะท้อนความคิดเห็น สิ่งที่ได้รับจากกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานและพัฒนาการให้บริการในครั้งต่อไป
กิจกรรมหลัก จำนวนผู้รับบริการ ๕๐๐ราย x ๒,๑๘๕ บาท=๑,๐๙๒,๕๐๐ บาท กิจกรรมเพิ่มเติม จำนวนกลุ่มเป้าหมาย ๑๐๐ คน = ๓๒,๒๐๐ บาท
ผลผลิต (Output):
ผู้ใช้ยาและสารเสพติดในชุมชน จำนวน 500 คน ได้รับการเข้าถึง คัดกรองและประเมินความเสี่ยง ได้รับความรู้ การให้คำปรึกษา การประเมินสุขภาพจิต การจัดทำข้อมูลรายบุคคล การส่งต่อ และการติดตามดูแลอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับตัวชี้วัดของโครงการที่กำหนดกลุ่มเป้าหมายไม่น้อยกว่า 500 คน และผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ได้รับความรู้หรือคำปรึกษา/สื่อด้านการป้องกันโรคติดต่อสำคัญ
ผลลัพธ์ (Outcome):
กลุ่มเป้าหมายสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดพฤติกรรมเสี่ยง เข้าถึงและคงอยู่ในระบบบริการสุขภาพและการบำบัดอย่างต่อเนื่อง สามารถลดและควบคุมการใช้ยาเสพติด ลดผลกระทบต่อตนเองและคนรอบข้าง และมีแนวโน้มลดปัญหาความรุนแรงในชุมชน
ผลที่คาดว่าจะได้รับ ๑. ผู้ใช้ยาเสพติดที่เข้าร่วมโครงการสามารถลดและควบคุมปริมาณการใช้ยาเสพติดจนไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อตนเองและคนรอบข้าง ๒. ปัญหาการใช้ความรุนแรงของผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชนลดลง
