โครงการสนับสนุนบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐานและบริการลดอันตรายจากการใช้ สารเสพติดในชุมชน (Harm Reduction) จังหวัดพัทลุง
-
นางสาวกุลศิริ ทิวทอง
-
นางสาวรัชนีวรรณ นิ่มดำ
ยาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อบุคคล ครอบครัว ชุมชน เศรษฐกิจ และประเทศชาติปัจจุบันประเทศไทยยังมีผู้ใช้ยาและสารเสพติดจำนวนมาก โดยหลังผ่านการบำบัดรักษาในระบบสถานพยาบาล ยังมีโอกาสกลับไปใช้ซ้ำ เนื่องจากขาดการดูแลต่อเนื่องในชุมชน การแก้ไขปัญหาการใช้สารเสพติดจึงต้องอาศัยแนวทางที่เข้าใจพฤติกรรมและสภาพความเป็นจริงของผู้ใช้ยาและสารเสพติด มากกว่าการมุ่งเน้นการเลิกใช้เพียงอย่างเดียวแนวคิด “การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด” จึงเป็นมาตรการสำคัญที่มุ่งลดผลกระทบทางสุขภาพและสังคม แม้ผู้ใช้สารจะยังไม่สามารถเลิกใช้ได้ทั้งหมด โดยเน้นให้ผู้ใช้สารสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การให้ความรู้ ความเข้าใจ และอุปกรณ์ที่ปลอดภัย การดูแลด้านสุขภาพจิต การคุ้มครองสิทธิ และการมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชน เพื่อให้สามารถลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ เช่น เอชไอวี และไวรัสตับอักเสบซี รวมถึงลดปัญหาความรุนแรง อาชญากรรม และผลกระทบทางสังคม การขับเคลื่อนแนวทาง “การลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด” ในระดับชุมชนจึงมีความจำเป็น เพื่อเชื่อมโยงระบบการดูแลสุขภาพกับการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หน่วยบริการสุขภาพ และกองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่นหรือพื้นที่ ในการจัดบริการที่เหมาะสมต่อกลุ่มผู้ใช้ยาและสารเสพติด สนับสนุนการฟื้นฟูสมรรถภาพทางกายและจิตใจ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และการสร้างโอกาสในการกลับคืนสูงสังคมอย่างปลอดภัยและยั่งยืน
-
เพื่อลดผลกระทบทางกาย จิตใจ และการอยู่ร่วมของผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
เพื่อลดการแพร่กระจายของโรคติดต่อที่เกิดการใช้ยาและสารเสพติด
-
เพื่อลดปัญหาการใช้ความรุนแรงที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน500
ป้องกันและลดอันตรายจากการใช้ยาเสพติด
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
โครงการสนับสนุนบริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยชุมชนเป็นฐานและบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน (Harm Reduction) จังหวัดพัทลุง
โครงการบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดในชุมชน เน้นการทำงานเชิงรุกในระดับชุมชนผ่านเจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้ใช้ยาเสพติด โดยการให้บริการตรงกับผู้ใช้ยาเสพติด และส่งต่อบริการแก่หน่วยบริการภาครัฐในพื้นที่ โดยมีวิธีการดำเนินงานดังนี้ 1. ค้นหาผู้ใช้ยาเสพติดในชุมชน 2. ให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและอันตรายจากการใช้ยาเสพติดแก่กลุ่มเป้าหมาย
3. ประเมินความเสี่ยงและภาวะการใช้ยา เพื่อพิจารณารูปแบบการจัดการกลุ่มเป้าหมายรายบุคคล
4. ประเมินสุขภาพจิตด้วยชุดประเมิน และส่งต่อเข้ารับการรักษาเมื่อมีอาการรุนแรงหรือต้องการ 5. ส่งต่อผู้ที่มีภาวะเสี่ยงและต้องการรับการรักษา จากการประเมิน ข้อ 3. และ 4.
6. จัดทำประวัติข้อมูล สุขภาพ ภาวะจิต โดยการใช้แบบคัดกรอง 7. ให้คำปรึกษาในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ยาเสพติด เพื่อ ลด ละ หยุดใช้ 8. ติดตามสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม 9. ประเมินและส่งต่อเข้ารับบริการช่วยเหลือจากหน่วยงานด้านสุขภาพ ด้านส่งเสริมอาชีพ ด้านสังคม และกฎหมาย
10. ติดตามให้คงอยู่ในกระบวนการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม การรักษาโรค การบำบัด ตลอดจนคงสภาพการปลอดยาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้การเสนองบประมาณโครงการ อ้างอิงอัตราเหมาจ่ายค่าบริการสาธารณสุขและระเบียบการเบิกจ่ายงบประมาณของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับจังหวัด อบจ.พัทลุง โดยมีรายละเอียดรายการค่าใช้จ่ายดังนี้:
1.ค่าจัดบริการสาธารณสุขเชิงรุกรายบุคคลครอบคลุมกิจกรรม RRTTPR (การเข้าถึง, คัดกรองโรคทางกาย/จิต, ให้ความรู้ MI, บริการลดอันตราย, ติดตามเยี่ยมบ้านและประคับประคองระบบ Retain) 500 ราย × 2,185 บาท/ราย/ปี(ตามอัตราโครงสร้างค่าบริการกองทุนฯ) 1,092,500 รวมงบประมาณที่ขอรับการสนับสนุนทั้งสิ้น (หนึ่งล้านเก้าหมื่นสองพันห้าร้อยบาทถ้วน) 1,092,500 บาท
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25701.เชิงปริมาณ: จำนวนผู้ใช้สารเสพติดและผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงสิทธิ์การจัดบริการสาธารณสุขเชิงรุกและรับอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย (จำนวน 500 ราย)
2.เชิงคุณภาพ: อัตราผู้รับบริการที่ได้รับการประสานส่งต่อระบบบริการการแพทย์และระบบยาทดแทนสำเร็จ (Test & Treat) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนดัชนีคุณภาพชีวิต (WHOQOL-BREF-THAI) ปรับตัวสูงขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ
3.ผลสัมฤทธิ์: อัตราการคงอยู่ในระบบการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง (Retention Rate) ไม่น้อยกว่าร้อยละ๙๐และอัตราการกลับไปเสพซ้ำที่สร้างความรุนแรงในชุมชนลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานสาธารณสุข1092500 บาท
1.เตรียมความพร้อมและประชาสัมพันธ์กิจกรรม ประสานงานกับหน่วยงาน ภาคีเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อคัดเลือกและเชิญกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วมกิจกรรม พร้อมจัดเตรียมสถานที่ วิทยากร สื่อ และอุปกรณ์ที่จำเป็น 2.กิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม จัดกิจกรรมสันทนาการและละลายพฤติกรรม เพื่อสร้างความคุ้นเคย ความไว้วางใจ และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เข้าร่วมกิจกรรมกับทีมงาน ตลอดจนส่งเสริมการมีส่วนร่วมและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ 3.อบรมให้ความรู้เรื่องยาเสพติดและบริการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด ให้ความรู้เกี่ยวกับประเภทและผลกระทบของยาเสพติด อันตรายจากการใช้สารเสพติด รวมถึงแนวทางการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายสามารถดูแลและป้องกันความเสี่ยงด้านสุขภาพของตนเองได้ 4.ให้ความรู้ด้านการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิต ให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตสำหรับผู้ใช้สารเสพติด รวมถึงการสังเกตสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิต และแนวทางการขอรับความช่วยเหลือหรือเข้าสู่บริการสุขภาพที่เหมาะสม 5.อบรมความรู้เรื่องโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่สำคัญ เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบซี และวัณโรค ตลอดจนปัจจัยเสี่ยง วิธีป้องกัน การตรวจคัดกรอง และการเข้าถึงบริการสุขภาพตามสิทธิ 6.กิจกรรมการจัดการความเครียดและการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น ส่งเสริมให้กลุ่มเป้าหมายเรียนรู้วิธีจัดการความเครียดและอารมณ์อย่างเหมาะสม ฝึกทักษะการผ่อนคลาย และเรียนรู้แนวทางการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้น รวมถึงการขอความช่วยเหลือเมื่อไม่สามารถจัดการปัญหาได้ด้วยตนเอง 7.เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้คำปรึกษา เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ปัญหา และความต้องการด้านสุขภาพกับทีมงาน พร้อมให้คำปรึกษาเป็นรายบุคคล และประเมินความต้องการในการรับบริการหรือการส่งต่อ 8.สรุปกิจกรรมและถอดบทเรียน ดำเนินการสรุปผลการจัดกิจกรรมร่วมกับผู้เข้าร่วมและทีมงาน โดยเปิดโอกาสให้สะท้อนความคิดเห็น สิ่งที่ได้รับจากกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ในการปรับปรุงรูปแบบการดำเนินงานและพัฒนาการให้บริการในครั้งต่อไป
1.เชิงปริมาณ: จำนวนผู้ใช้สารเสพติดและผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงสิทธิ์การจัดบริการสาธารณสุขเชิงรุกและรับอุปกรณ์ป้องกันความเสี่ยง ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของกลุ่มเป้าหมาย (จำนวน 500 ราย)
2.เชิงคุณภาพ: อัตราผู้รับบริการที่ได้รับการประสานส่งต่อระบบบริการการแพทย์และระบบยาทดแทนสำเร็จ (Test & Treat) ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 และร้อยละ 70 ของกลุ่มเป้าหมายมีคะแนนดัชนีคุณภาพชีวิต (WHOQOL-BREF-THAI) ปรับตัวสูงขึ้นหลังเข้าร่วมโครงการ
3.ผลสัมฤทธิ์: อัตราการคงอยู่ในระบบการดูแลช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง (Retention Rate) ไม่น้อยกว่าร้อยละ๙๐และอัตราการกลับไปเสพซ้ำที่สร้างความรุนแรงในชุมชนลดลงตามเกณฑ์มาตรฐานสาธารณสุข1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด อันตรายจากการใช้สารเสพติด และแนวทางการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด อันตรายจากการใช้สารเสพติด และแนวทางการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้น
2.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพกายและสุขภาพจิตของตนเอง สามารถสังเกตอาการผิดปกติและขอรับความช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม
3.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้เกี่ยวกับโรคติดต่อที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารเสพติด เช่น HIV ไวรัสตับอักเสบซี และวัณโรค รวมถึงสามารถป้องกันและลดพฤติกรรมเสี่ยงได้
4.กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้และทักษะการจัดการความเครียดไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และมีแนวทางในการดูแลสุขภาพจิตเบื้องต้นที่เหมาะสม
5.เกิดความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และการมีส่วนร่วมระหว่างกลุ่มเป้าหมายกับทีมผู้ปฏิบัติงาน ส่งผลให้กลุ่มเป้าหมายกล้าเข้าถึงบริการสุขภาพและขอรับความช่วยเหลือมากขึ้น
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.docx) @14 ก.ย. 2569 | tdn_plg |
