โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลสู่นักสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่
-
สภาองค์กสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) และสามารถพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์ได้ในพื้นที่ได้รชุมชนที่มี0
สภาองค์กสภาองค์กรชุมชน ทั้งหมด 73 องค์กร
-
แกนนำสภาองค์กรชุมชนที่เป็นบุคคลต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นในให้คนพื้นที่มีการปรับพฤติกรรมสุขภาพ0
-
เครือข่าย สอช.เพื่อการส่งเสริมสุขภาพในระดับอำเภอและจังหวัด0
จากปัญหาสาธารณสุขของจังหวัดพัทลุง ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงได้มีกระบวนการจัดลำดับความสำคัญของปัญหา สาธารณสุข ประจำปี 2567 โดยมีปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญ 10 อันดับแรก คือ 1) เบาหวาน/ความดันโลหิตสูง/ไต 2) ไข้เลือดออก 3) โรคหัวใจ/หลอดเลือด 4) มะเร็งทุกชนิด 5) บาดเจ็บ/ตายจากอุบัติเหตุจราจร 6) อนามัยแม่ และเด็ก 7) การฆ่าตัวตายสำเร็จ
ยาเสพติด 9) สูงดีสมส่วน และ 10) วัณโรค ซึ่งจากปัญหาสุขภาพข้างต้นจะเห็นได้ว่าปัญหาสำคัญอันดับแรกคือโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรมการดำเนินชีวิตของประชาชน
พฤติกรรมสุขภาพตนวัยทำงาน อ้วนร้อยละ 35.30 กินผักและผลไม่ไม่เพียงพอร้อยละ 30.1 กินเค็มร้อยละ 63.70 ดื่มเครื่องดื่มรสหวานเกือบทุกวันร้อยละ 21.20 กิจกรรมทางกายไม่เพียงพอร้อยละ 36.40 มีภาวะเนือยนิ่งร้อยละ 54.90 มีภาวะซึมเศร้าร้อยละ 6.50
ซึ่งพบว่าพฤติกรรมสำคัญที่สอดคล้องกับปัญหาการเกิดโรคความดันเบาหวาน คือ พฤติกรรมการบริโภคผักของคนพัทลุง มีเพียง 42.10% ที่บริโภคผัก 5 ทัพพี 4-7 วันต่อสัปดาห์ กินผักไม่เพียงพอ 30.1% กินเค็มมากถึง 63.70% นอกจากพฤติกรรมการกินแล้วยังพบพฤติกรรมการออกกำลังกายก็มีคนพัทลุงออกกำลังกายเพียงพอแค่ 36.40% มีภาวะเนือยนิ่ง 54.90% ทั้งสองพฤติกรรมข้างต้นนำมาสู่ตัวเลขดัชนีมวลกายของคนพัทลุงที่พบว่ามีผู้ที่มีค่าดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติเพียง 39.27%
ปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่หลายภาคส่วนให้ความสำคัญ โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล แต่การดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นการดำเนินงานในเชิงรับเป็นส่วนใหญ่ กิจกรรมสำคัญที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลดำเนินการคือการคัดกรองและการติดตามผู้ป่วย ยังขากการดำเนินกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพในเชิงรุก และการดำเนินงานของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น สสส. หรือกองทุนสุขภาพตำบลก็ดำเนินการแบบแยกส่วน
สมาคมสร้างสุขชุมชนคนเมืองลุง เป็นองค์กรสาธารณะประโยชน์ที่ดำเนินงานเกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพ การพัฒนานโยบายสาธารณะด้านสุขภาพในจังหวัดพัทลุงมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวข้างต้น ประกอบกับสมาคมสร้างสุขชุมชนคนเมืองลุงได้ดำเนินงานร่วมกับสภาองค์กรชุมชนตำบล ซึ่งจัดตั้งตาม พรบ. สภาองค์กรชุมชน พ.ศ. 2551 ซึ่งสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นการรวมตัวของแกนนำกลุ่มต่างๆ ในตำบลเพื่อร่วมกันวางแผนนออกแบบการพัฒนาตำบล และให้ข้อเสนอแนะต่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการพัฒนาตำบล
การแก้ปัญหาพฤติกรรมของประชาชนในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่การดำเนินงานของ รพ.สต. และเครือข่าย อสม. สมาคมสร้างสุขชุมชนคนเมืองลุงเล็งเห็นว่าเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่มีอิทธิพลทางความคิดของคนในชุมชน ดังกนั้นหากสามารถพัฒนาแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลให้เป็นนักสร้างเสริมสุขภาพและเป็นต้นแบบในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเองได้ ก็จะส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่มีพฤติกรรมสุขภาพไปในทางที่ดีขึ้นได้ จึงเสนอโรงการ พัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลสู่นักสร้างเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่ เพื่อสร้างนักส่งเสริมสุขภาพในระดับพื้นที่และสร้างเรือยข่ายนักสร้างเสริมสุขภาพให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดพัทลุง
-
เพื่อให้แกนนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) และสามารถพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้10
สามารถพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพในพื้นที่ได้อย่างน้อย 1โครงการ/ สอช
-
เพื่อพัฒนาบุคคลต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ50
อย่างน้อย 5คน/ สอช.
-
เพื่อสร้างเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในระดับอำเภอและจังหวัด3
เครือข่ายโซนเหนือ/กลาง/ใต้
-
200
สมาชิกสภาองค์กรชุมชน จำนวน 200 คน ในพื้นที่ 10ตำบลเป้าหมาย ดังนี้
- อำเภอเมือง สภาองค์กรชุมชนตำบลตำนาน
- อำเภอเขาชัยสน สภาองค์กรชุมชนตำบลเขาชัยสน
- อำเภอป่าพะยอม สภาองค์กรชุมชนตำบลบ้านพร้าว
- อำเภอศรีบรรพต สภาองค์กรชุมชนตำบลตะแพน
- อำเภอควนขนุน สภาองค์กรชุมชนตำบลปันแต
- อำเภอตะโหมด สภาองค์กรชุมนตำบลตะโหมด
- อำเภอป่าบอน สภาองค์กรชุมชนตำบลทุ่งนารี
- อำเภอศรีนครินทร์ สภาองค์กรชุมชนตำบลชุมพล
- อำเภอบางแก้ว สภาองค์กรชุมชนตำบลท่ามะเดื่อ
- อำเภอกงหรา สภาองค์กรชุมชนตำบลชะรัด
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ
-
20 กันยายน 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570-
6400 บาท-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 1
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อออกแบบวางแผน กำกับทิศทางการดำเนินงาน และติดตามประเมินผลโครงการ งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 40 บาท * 20 คน = 800 บาท
- ค่าวัสดุสำนักงานใช้ตลอดโครงการ 600 บาท- คณะทำงานรู้ เข้าใจรายละเอียดโครงการ และให้ความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ
2.ได้แผนปฏิบัติการรายพื้นที่
3.ได้แบบการประเมิน
1400 บาท - คณะทำงานรู้ เข้าใจรายละเอียดโครงการ และให้ความร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 2
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อ ติดตามประเมินผลโครงการ และหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดถ้ามี งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 40 บาท * 20 คน = 800 บาท
- ค่าเอกสารประกอบการประชุม จำนวน 20 ชุด ชุดละ 50 บาท 1,000 บาท- ทบทวนความร่วมมือ
- ผลผลิต ผลลัพธ์ ความก้าวหน้าโครงการ
- ข้อจำกัด ปัญหาได้รับการแก้ไข
1800 บาท - ทบทวนความร่วมมือ
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 3
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อ ติดตามประเมินผลโครงการ และหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดถ้ามี งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 40 บาท * 20 คน = 800 บาท- ทบทวนความร่วมมือ
- ได้ผลผลิต ผลลัพธ์ ความก้าวหน้าโครงการ
- ข้อจำกัด ปัญหาได้รับการแก้ไข
800 บาท - ทบทวนความร่วมมือ
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 4
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อ ติดตามประเมินผลโครงการ และหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดถ้ามี งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 40 บาท * 20 คน = 800 บาท- ทบทวนความร่วมมือ
- ได้ผลผลิต ผลลัพธ์ ความก้าวหน้าโครงการ
- ข้อจำกัด ปัญหาได้รับการแก้ไข
800 บาท - ทบทวนความร่วมมือ
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 5
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อ ติดตามประเมินผลโครงการ และหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดถ้ามี งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 80 บาท * 20 คน = 800 บาท- ทบทวนความร่วมมือ
- ได้ผลผลิต ผลลัพธ์ ความก้าวหน้าโครงการ
- ข้อจำกัด ปัญหาได้รับการแก้ไข
800 บาท - ทบทวนความร่วมมือ
-
ประชุมคณะทำงานโครงการ ครั้งที่ 6
ประชุมคณะทำงานโครงการเพื่อ ติดตามประเมินผลโครงการ และหาแนวทางแก้ไขข้อจำกัดถ้ามี งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารว่าง 40 บาท * 20 คน = 800 บาท- ทบทวนความร่วมมือ
- ได้ผลผลิต ผลลัพธ์ ความก้าวหน้าโครงการ
- ข้อจำกัด ปัญหาได้รับการแก้ไข
800 บาท - ทบทวนความร่วมมือ
-
-
พัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล
-
10 ตุลาคม 2569 ถึง 10 พฤศจิกายน 2569-
200000 บาท-
พัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ 1
จัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล เรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ และหลักการพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์ ผู้ร่วมกิจกรรม 30 คน (กลุ่มเป้าหมาย 25 คน คณะทำงาน 3 คน วิทยากร 2 คน) ใช้เวลา 1 วัน วิทยากรวิชาการ 2 คนๆละ 3 ชั่วโมง งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหาร 120 บาทต่อมื้อ * 1 มื้อ * 25 คน * 10 พื้นที่ =30,000 บาท
- ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 2 มื้อ * 25 คน * 10 พื้นที่ = 20,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 500 บาท * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ ครั้งละ 3 คนๆละ 500 บาท 10 พื้นที่ = 15,000 บาท
- ค่าเอกสารปรกอบการอบรม 25 ชุดๆละ 40 บาท 10 ครั้ง = 10,000 บาท- แกนนำมีความรู้ด้านสุขภาพ
- แกนนำผู้ความรู้เรื่องการพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์
- ได้เกณฑ์/กติกา การประเมินบุคคลต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
- ได้ผู้แทนสภาองค์ชุมชน 5คน/องค์กร
105000.00 บาท -
พัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล ครั้งที่ 2
จัดฝึกอบรมเพื่อทดสอบ สาธิตการพัฒนาศักยภาพแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล เรื่องความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยให้กลุ่มเป้าหมายได้สาธิตกิจกรรมเพื่อการเปลี่ยนแปลง /รายงานความรอบรู้ และปฏิบัติการเพื่อพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์อย่างน้อย 1 โครงการ ใช้เวลา 1 วัน ผู้ร่วมกิจกรรม 30 คน (กลุ่มเป้าหมาย 25 คน คณะทำงาน 3 คน วิทยากร 2 คน) วิทยากรกระบวนการ 2 คนๆละ 3 ชั่วโมง งบประมาณดังนี้
- ค่าอาหาร 120 บาทต่อมื้อ * 1 มื้อ * 25 คน * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท
- ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 2 มื้อ * 25 คน * 10 พื้นที่ = 20,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 2 คนๆละ 3 ชั่วโมงๆละ 500 บาท * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ ครั้งละ 3 คนๆละ 500 บาท 10 พื้นที่ = 15,000 บาท1.ได้บุคคลที่ปฏิบัติตามเกณฑ์/กติกาคนต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
2. ได้ร่างโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์95000.00 บาท
-
-
ติดตามการเปลี่ยนแปลง เสริมพลังกลุ่มเป้าหมายระดับพื้นที่
-
20 พฤศจิกายน 2569 ถึง 20 กุมภาพันธ์ 2570-
144840 บาท-
ติดตามการเปลี่ยนแปลง เสริมพลังกลุ่มเป้าหมายระดับพื้นที่ ครั้งที่1
คณะทำงานลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และเสริมพลังแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล
- ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 23 คน * 10 พื้นที่ = 8,280 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ 3 คนๆละ 1000 บาท * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท
- ค่าเครื่องชั่งน้ำหนักแบบดิจิตอลที่สามารถวัดค่าดัชนีสุขภาพของร่างกายได้ 10 เครื่อง ๆละ 3,000 บาท เป็นเงิน 30,000 บาท- ได้ข้อมูลการรับรู้ การตระหนัก การปฏิบัติ
- ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามกติกาสู่แกนนำสุขภาพ
- ได้ปัญหา ข้อจำกัด และแนวทางแก้ไขแบบมีส่วนร่วม
68280.00 บาท -
ติดตามการเปลี่ยนแปลง เสริมพลังกลุ่มเป้าหมายระดับพื้นที่ ครั้งที่2
คณะทำงานลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และเสริมพลังแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล
- ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 23 คน * 10 พื้นที่ = 8,280 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ 3 คนๆละ 1000 บาท * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท- ได้ข้อมูลการรับรู้ การตระหนัก การปฏิบัติ
- ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามกติกาสู่แกนนำสุขภาพ
- ได้ปัญหา ข้อจำกัด และแนวทางแก้ไขแบบมีส่วนร่วม
38280 บาท -
ติดตามการเปลี่ยนแปลง เสริมพลังกลุ่มเป้าหมายระดับพื้นที่ ครั้งที่3
คณะทำงานลงพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และเสริมพลังแกนนำสภาองค์กรชุมชนตำบล
- ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 23 คน * 10 พื้นที่ = 8,280 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ 3 คนๆละ 1000 บาท * 10 พื้นที่ = 30,000 บาท- ได้ข้อมูลการรับรู้ การตระหนัก การปฏิบัติ
- ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามกติกาสู่แกนนำสุขภาพ
- ได้ปัญหา ข้อจำกัด และแนวทางแก้ไขแบบมีส่วนร่วม
38280.00 บาท
-
-
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้
เวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนอบุคคลต้นแบบ การนำเสนอโครงการแบบมุ่งผลลัพธ์ โดยมีวิทยากรกระบวนการ 2 คน ใช้เวลา 1วัน งบประมาณดังนี้
-ค่าอาหารว่าง 40 บาทต่อมื้อ * 25 คน * 10 พื้นที่ = 10,000 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร 1 คน 3 ชั่วโมงๆละ 500 บาท * 10 พื้นที่ = 15,000 บาท
- ค่าตอบแทนผู้ช่วยบริการ ครั้งละ 3 คนละ 500 บาท 10 พื้นที่ = 15,000 บาท5 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 5 กุมภาพันธ์ 25701.ได้บุคคลที่ปฏิบัติตามเกณฑ์/กติกาคนต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
2. ได้โครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์
3. ได้เครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในระดับอำเภอและจังหวัด40000.00 บาท
- เกิดแกนนนำสภาองค์กรชุมชนตำบลที่มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy) และสามารถพัฒนาโครงการสร้างเสริมสุขภาพแบบมุ่งผลลัพธ์ได้ในพื้นที่ได้
- เกิดบุคคลต้นแบบด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นในให้คนพื้นที่มีการปรับพฤติกรรมสุขภาพ
- เกิดเครือข่ายส่งเสริมสุขภาพในระดับอำเภอและจังหวัด
