โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำศาสนาเพื่อขับเคลื่อนการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นวัคซีนผ่านบทบาทมัสยิด (คุฏบะห์วัคซีน) อำเภอมายอ จังหวัดปัตตานี
-
นายมะรูดิง สือรี
-
นายอับดุลเร๊าะมัน หะยีมะสะ
-
นายมะอำรา สือรี
-
นายมุคตาร วายา
-
นายฮัมดี เปาะซา
-
ร้อยละของเด็กเล็ก(0-3 ปี) ได้รับฉีดวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์5.56
สถานการณ์โรคติดต่อที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาทิ โรคหัด คอตีบ ไอกรน และโปลิโอ ยังคงเป็นประเด็นสุขภาวะสำคัญที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กปฐมวัยที่พบปัญหาการได้รับวัคซีนไม่ครบถ้วนหรือล่าช้ากว่าเกณฑ์มาตรฐาน จากข้อมูลระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (HDC) สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ปีงบประมาณ 2569 (ประมวลผล ณ วันที่ 7 สิงหาคม 2569) ในพื้นที่อำเภอมายอ พบว่า อัตราความครอบคลุมการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ (Fully Immunized) อยู่ในระดับต่ำ ได้แก่ เด็กอายุ 1 ปี ร้อยละ 20.30 (136 จาก 670 คน), อายุ 2 ปี ร้อยละ 17.56 (121 จาก 689 คน), อายุ 3 ปี ร้อยละ 5.56 (49 จาก 882 คน) และอายุ 5 ปี ร้อยละ 0.31 (3 จาก 961 คน) ทั้งนี้ ตัวเลขความครอบคลุมในกลุ่มอายุ 3 ปีและ 5 ปีที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากจะสะท้อนถึงภาวะการขาดวัคซีนจริงแล้ว ยังมีข้อจำกัดด้านคุณภาพข้อมูลจากการบันทึกและการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามหน่วยบริการ คณะทำงานจึงนำชุดข้อมูลดังกล่าวมาใช้เป็นค่าฐานเชิงบริบทและการเฝ้าระวังทางระบาดวิทยาควบคู่กับการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลร่วมกับหน่วยบริการในพื้นที่
จากการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกันระหว่างบุคลากรสาธารณสุขและผู้นำศาสนา พบปัจจัยเชิงระบบและสังคมวัฒนธรรมที่ส่งผลต่อความลังเลใจในการรับวัคซีน (Vaccine Hesitancy) 3 ประการหลัก ได้แก่ (1) ปัจจัยด้านองค์ความรู้และการรับรู้ข้อมูล ผู้ปกครองบางส่วนยังมีความกังวลต่อความปลอดภัยและอาการไม่พึงประสงค์จากการรับข้อมูลที่คลาดเคลื่อนผ่านสื่อสังคมออนไลน์และการบอกต่อ (2) ปัจจัยด้านมิติทางศาสนาและวัฒนธรรม มีข้อสงสัยเกี่ยวกับส่วนประกอบของวัคซีนและความสอดคล้องกับหลักการศาสนาอิสลาม ประกอบกับผู้นำศาสนายังขาดชุดข้อมูลเชิงวิชาการที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการ และ (3) ปัจจัยด้านกลไกการสื่อสารสุขภาพ การดำเนินงานส่วนใหญ่ยังจำกัดอยู่ในบทบาทของภาคสาธารณสุข ขาดเครื่องมือสื่อสารที่เป็นมาตรฐานและระบบติดตามการถ่ายทอดสารที่มีประสิทธิภาพในระดับชุมชน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในพื้นที่
ด้วยเหตุนี้ การบูรณาการมิติด้านสาธารณสุขร่วมกับทุนทางสังคมผ่านสถาบันมัสยิดจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญ เนื่องจากผู้นำศาสนา (โต๊ะอิหม่าม คอฏีบ บิลาล และคณะกรรมการมัสยิด) เป็นบุคคลที่ชุมชนให้ความไว้วางใจ การใช้บทคุฏบะฮ์ในวันศุกร์จึงเป็นช่องทางการสื่อสารเชิงรุกที่มีประสิทธิผลสูงในการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นแก่ประชาชน โดยเนื้อหาต้องมีความถูกต้องตามหลักสุขศาสตร์และหลักนิติศาสตร์อิสลามอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งมีระบบการติดตามผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ในการนี้ คณะบริหารสาธารณสุขส่วนหน้าประจำอำเภอมายอ กองสาธารณสุข องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี จึงได้ร่วมมือกับมัสยิดนูรดีน บ้านกาโต สมาคมโต๊ะอิหม่ามประจำอำเภอมายอ คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี หน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนโครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำศาสนาและการจัดทำคู่มือคุฏบะฮ์วัคซีนมาตรฐาน โดยมีเป้าหมายครอบคลุมมัสยิดที่จดทะเบียนทั้ง 70 แห่งใน 12 ตำบลของอำเภอมายอ (คิดเป็นร้อยละ 100) และมุ่งยกระดับมัสยิดต้นแบบอย่างน้อย 14 แห่ง เพื่อสร้างกลไกการสื่อสารความรอบรู้ด้านสุขภาพที่ต่อเนื่อง ยั่งยืน และสอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมของพื้นที่ครับ
1.เพื่อยกระดับความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นเรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีน ของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่อำเภอมายอ ผ่านมิติทางศาสนาและทุนทางสังคม
2.เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้นำศาสนาและคณะกรรมการมัสยิด ให้เป็นแกนนำด้านการสื่อสารสุขภาวะ สามารถถ่ายทอดข้อมูลวัคซีนที่ถูกต้องและตอบข้อสงสัยของชุมชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3.เพื่อพัฒนารูปแบบและสื่อการสื่อสารสุขภาวะที่สอดคล้องกับหลักศาสนาอิสลามและบริบทพื้นที่ ทั้งในรูปแบบคู่มือคุฏบะฮ์มาตรฐาน สื่ออินโฟกราฟิกสองภาษา (ไทย–มลายู) และสื่อดิจิทัลคลิปสั้นที่ผ่านการรับรองอย่างเป็นทางการ
4.เพื่อพัฒนากลไกความร่วมมือแบบบูรณาการและยกระดับมัสยิดต้นแบบ ด้านการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นวัคซีนระหว่างองค์กรศาสนา หน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และชุมชน
1.ตัวแทนผู้นำศาสนาจากมัสยิดเป้าหมาย 70 แห่ง (จำนวน 70 คน) บทบาทหน้าที่: เข้ารับการอบรมพัฒนาศักยภาพ นำคู่มือคุฏบะฮ์วัคซีนไปใช้สื่อสารจริงในมัสยิด บันทึกรายงานผลการดำเนินงาน และเข้าร่วมเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ถอดบทเรียน
2.คณะทำงานและวิทยากร (จำนวน 15 คน) — ร่วมระหว่างคณะบริหารสาธารณสุขส่วนหน้าประจำอำเภอมายอ และเครือข่ายผู้นำศาสนา/มัสยิด บทบาทหน้าที่: บริหารจัดการโครงการ ถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องด้านวิชาการ การขอรับรองทางศาสนา และกำกับดูแลการฝึกปฏิบัติ
3.คณะทำงานติดตามระดับอำเภอ (จำนวน 20 คน) — ร่วมระหว่างคณะบริหารสาธารณสุขส่วนหน้าประจำอำเภอมายอ และเครือข่ายผู้นำศาสนา/มัสยิด บทบาทหน้าที่: ร่วมวางแผน ติดตามความก้าวหน้า ลงพื้นที่นิเทศงาน ประเมินผลลัพธ์ และคัดเลือกมัสยิดต้นแบบด้านการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นวัคซีน.
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมที่ 1 ประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนระดับอำเภอ จำนวน 5 ครั้ง
แต่งตั้งคณะทำงานบูรณาการ 4 ฝ่าย (องค์กรศาสนา หน่วยงานสาธารณสุข ฝ่ายปกครอง และชุมชน) เพื่อกำหนดบทบาทหน้าที่ จัดทำแผนปฏิบัติการรายเดือน พัฒนาเครื่องมือติดตามและเก็บข้อมูล กำหนดเกณฑ์คัดเลือกมัสยิดต้นแบบ ติดตามความก้าวหน้า และสรุปรายงานการดำเนินงานทุกครั้ง
1 กันยายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output): มีการประชุมคณะทำงานระดับอำเภอครบ 5 ครั้ง พร้อมรายงานการประชุม มติการดำเนินงาน และแผนปฏิบัติการที่ชัดเจน ผลลัพธ์ (Outcome): เกิดกลไกการประสานงานและขับเคลื่อนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคที่มีประสิทธิภาพระหว่างภาคีเครือข่ายระดับอำเภอ
20500 บาท -
กิจกรรมที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพตัวแทนมัสยิด 70 แห่ง จำนวน 2 วัน (ณ โรงเรียนรัศมีสถาปนา ตำบลสาคอบน อำเภอมายอ)
วันที่ 1: อบรมให้ความรู้เรื่องสถานการณ์โรค ประโยชน์และความปลอดภัยของวัคซีน การดูแลเมื่อเกิดผลข้างเคียง ข้อสงสัยตามมุมมองศาสนาอิสลาม ทักษะการสื่อสาร/รับฟังโดยไม่ตีตรา และประเมินความรู้ก่อน–หลังอบรม วันที่ 2: จัดกลุ่มฝึกปฏิบัติยกร่างเนื้อหาคุฏบะฮ์ ฝึกอ่านและตอบข้อซักถาม จัดทำร่างคู่มือคุฏบะฮ์วัคซีนเพื่อส่งตรวจรับรองด้านวิชาการและด้านศาสนาจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี พร้อมจัดตั้งช่องทางสื่อสารเครือข่ายผู้นำศาสนา
1 ตุลาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output): ตัวแทนมัสยิดเข้าร่วมอบรมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 (อย่างน้อย 63 แห่ง รวม 85 คน/วัน) และได้คู่มือคุฏบะฮ์วัคซีนฉบับสมบูรณ์ที่ผ่านการรับรอง จัดพิมพ์ 80 เล่ม ผลลัพธ์ (Outcome): ผู้นำศาสนามีความรู้ความเข้าใจเรื่องวัคซีนเพิ่มขึ้น โดยไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 มีคะแนนหลังอบรมตั้งแต่ 12 จาก 15 คะแนน และมีความมั่นใจในการสื่อสารแก่ชุมชน
80250 บาท -
กิจกรรมที่ 3 นำคู่มือไปใช้และติดตามผลในเวทีกลางระดับอำเภอ จำนวน 2 ครั้ง และนิเทศรายตำบล
มัสยิดเป้าหมายนำคู่มือคุฏบะฮ์วัคซีนไปใช้อ่านจริงในวันศุกร์และบันทึกข้อมูลการสื่อสาร จัดเวทีติดตามผลระดับอำเภอ 2 ครั้ง ลงพื้นที่นิเทศครบทั้ง 12 ตำบล และประเมินความเข้าใจ/ความเชื่อมั่นของผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยกลุ่มตัวอย่าง (ตำบลละ 20 คน รวม 240 คน) ทั้งก่อนและหลังการสื่อสาร
1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output): มัสยิดนำคุฏบะฮ์ไปใช้อย่างน้อย 63 แห่ง (ร้อยละ 90) มีการจัดเวทีติดตาม 2 ครั้ง นิเทศครบ 12 ตำบล และได้ข้อมูลประเมินกลุ่มตัวอย่าง 240 คน ผลลัพธ์ (Outcome): ผู้ปกครอง/ผู้ดูแลเด็กปฐมวัยมีความเข้าใจและความเชื่อมั่นเรื่องวัคซีนเพิ่มขึ้น และเกิดช่องทางส่งต่อผู้มีข้อสงสัยหรือเด็กที่ขาดนัดเข้าสู่หน่วยบริการสาธารณสุข
36000 บาท -
กิจกรรม ที่ 4 เวทีถอดบทเรียนและยกย่องมัสยิดต้นแบบ จำนวน 1 วัน
จัดเวทีนำเสนอผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ สรุปปัจจัยความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอเชิงนโยบาย พร้อมจัดทำเอกสารบทเรียนความสำเร็จ มอบประกาศนียบัตรแก่มัสยิดที่เข้าร่วม และมอบเกียรติบัตรยกย่องมัสยิดต้นแบบที่ผ่านเกณฑ์ประเมิน (8 จาก 10 คะแนน)
1 มีนาคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output): รายงานถอดบทเรียนความสำเร็จ 1 ฉบับ และเกิดมัสยิดต้นแบบด้านการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นวัคซีนที่ผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 14 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 12 ตำบล ผลลัพธ์ (Outcome): ได้รูปแบบการสื่อสารสุขภาพผ่านมัสยิดที่ยั่งยืน และเกิดแนวทางขยายผลเชิงนโยบายระดับอำเภอ
31000 บาท -
กิจกรรมที่ 5 พัฒนาสื่อและสื่อสารสาธารณะโดยเครือข่ายผู้นำศาสนา จำนวน 1 วัน
จัดเวทีเชิงปฏิบัติการร่วมกับตัวแทนผู้นำศาสนาจาก 12 ตำบลและคณะทำงาน รวม 40 คน เพื่อผลิตสื่ออินโฟกราฟิกสองภาษา (ไทย–มลายู) และคลิปวิดีโอสั้นโดยผู้นำศาสนา ผ่านการตรวจสอบความถูกต้องด้านวิชาการและศาสนาก่อนเผยแพร่สู่ชุมชนผ่านเพจมัสยิด กลุ่มออนไลน์ และเสียงตามสาย
1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570ผลผลิต (Output): สื่ออินโฟกราฟิกไทย–มลายูที่จัดพิมพ์ 1,000 แผ่น (อย่างน้อย 2 ชุด) คลิปสั้นอย่างน้อย 4 คลิป และมีการเผยแพร่ผ่านช่องทางชุมชนไม่น้อยกว่า 12 ครั้ง ผลลัพธ์ (Outcome): ประชาชนในชุมชนสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความกังวลและความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัคซีน
25200 บาท
1.เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงความรู้และทัศนคติของผู้ปกครอง: ผู้ปกครองและผู้ดูแลเด็กปฐมวัยในพื้นที่กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้อง และมีความเชื่อมั่นต่อการพาบุตรหลานไปรับวัคซีนเพิ่มขึ้น ตลอดจนลดความลังเลใจที่เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือความกังวลด้านหลักศาสนา 2.เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงศักยภาพและบทบาทของผู้นำศาสนา: ผู้นำศาสนาประจำมัสยิดได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ด้านสุขศาสตร์และหลักนิติศาสตร์อิสลาม มีทักษะในการสื่อสารสุขภาพและการตอบข้อสงสัยของชุมชนอย่างถูกต้องโดยไม่ตีตรา 3.เกิดนวัตกรรมเครื่องมือสื่อสารสุขภาพที่ผ่านการรับรอง: พื้นที่มีคู่มือคุฏบะฮ์วัคซีน สื่ออินโฟกราฟิกสองภาษา (ไทย–มลายู) และสื่อวิดีโอคลิปสั้นที่ผ่านการตรวจสอบทางวิชาการและการรับรองจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี ซึ่งสามารถนำไปใช้สื่อสารได้อย่างต่อเนื่อง 4.เกิดการยกระดับบทบาทมัสยิดสู่ศูนย์กลางสุขภาวะชุมชน: มัสยิดเปลี่ยนบทบาทจากการประกอบศาสนกิจเพียงอย่างเดียว มาเป็นพื้นที่สื่อสารสร้างเสริมสุขภาพและเป็นจุดเชื่อมประสานส่งต่อผู้ปกครองที่มีข้อสงสัยหรือเด็กที่ขาดนัดเข้าสู่หน่วยบริการสาธารณสุข 5.เกิดมัสยิดต้นแบบและเครือข่ายความร่วมมือระดับอำเภอที่ยั่งยืน: เกิดมัสยิดต้นแบบด้านการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่นวัคซีนอย่างน้อย 14 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 12 ตำบล พร้อมทั้งสร้างกลไกการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมระหว่างองค์กรศาสนา องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานสาธารณสุข และฝ่ายปกครอง 6.มีฐานข้อมูลเชิงประจักษ์สำหรับพัฒนางานระยะยาว: อำเภอมายอมีข้อมูลพฤติกรรมการรับรู้ ข้อกังวลของชุมชน และแนวทางการดำเนินงานจริงในระดับพื้นที่ เพื่อใช้เป็นแนวทางขยายผลเชิงนโยบายและวางแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคในระยะต่อไปครับ
