"ฮีโร่ตัวน้อย สายด่วนกู้ชีวิต" (Little Heroes: CPR & Emergency Care)
ภาวะหัวใจหยุดเต้นฉุกเฉินนอกโรงพยาบาล (Out-of-Hospital Cardiac Arrest: OHCA) โรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน (Stroke) และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI (ST-Segment Elevation Myocardial Infarction) เป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ที่พบได้บ่อยและเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตและความพิการก่อนวัยอันควร การรอดชีวิตของผู้ป่วยขึ้นอยู่กับการได้รับการช่วยเหลือเบื้องต้นที่ถูกต้องและการเข้าสู่ระบบการแพทย์ฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นในบ้านหรือชุมชน ผู้พบเห็นเหตุการณ์มักเป็นบุคคลในครอบครัวหรือประชาชนทั่วไปที่ยังขาดความรู้และทักษะในการช่วยเหลือเบื้องต้น ทำให้การแจ้งเหตุและการช่วยเหลือล่าช้า เด็กจึงอาจเป็น ผู้พบเห็นเหตุการณ์คนแรก (First Witness) ที่มีบทบาทสำคัญ หากได้รับการปลูกฝังความรู้ในการประเมินอาการ การแจ้งสายด่วน 1669 การช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR) การใช้เครื่อง AED การช่วยผู้สำลัก และการสังเกตสัญญาณเตือนของ Stroke และ STEMI จะสามารถช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิตและลดความรุนแรงของการเจ็บป่วยได้ เด็กอายุ 10–12 ปี เป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านร่างกายและสติปัญญาเหมาะสมต่อการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉิน สามารถจดจำขั้นตอนการช่วยเหลือ สังเกตอาการ แจ้งเหตุ และสื่อสารกับศูนย์รับแจ้งเหตุการแพทย์ฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นและสร้างความตระหนักด้านความปลอดภัยในชุมชนตั้งแต่วัยเด็ก ด้วยเหตุนี้ หน่วยปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล จึงจัดทำโครงการ ฮีโร่ตัวน้อย สายด่วนกู้ชีวิต (Little Heroes: CPR & Emergency Care) เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะการช่วยชีวิตเบื้องต้นแก่เด็กนักเรียน ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติการด้านการประเมินผู้ป่วย การแจ้งเหตุฉุกเฉิน การช่วยฟื้นคืนชีพ การใช้เครื่อง AED การช่วยผู้สำลัก และการสังเกตสัญญาณเตือนของโรคฉุกเฉินที่สำคัญ อันจะนำไปสู่การสร้างเยาวชนที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบเหตุได้อย่างถูกต้อง และมีส่วนร่วมในการเพิ่มความปลอดภัยให้แก่ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนอย่างยั่งยืน
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถฝึกปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic CPR) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้สำลักได้อย่างถูกต้อง
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ตามหลัก F.A.S.T และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) รวมถึงแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม
-
เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการปฐมพยาบาลในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การห้ามเลือดและดูแลบาดแผล การดามอวัยวะ การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจมน้ำ และการปฐมพยาบาลผู้ถูกงูพิษและงูไม่มีพิษกัดอย่างเหมาะสม
-
เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจ ความตระหนักรู้ และจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม
-
นักเรียนอายุระหว่าง 10–12 ปี (ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4–6) ในอำเภอเมืองปัตตานี จ.ปัตตานี จำนวน 320 คน320
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
1 ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินและการปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง 2 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐาน (Basic CPR) การใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) และการช่วยเหลือผู้สำลักได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 3 ผู้เข้ารับการอบรมสามารถสังเกตสัญญาณเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ตามหลัก F.A.S.T และโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) รวมทั้งสามารถแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านสายด่วน 1669 ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 4 ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้และสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น การห้ามเลือดและดูแลบาดแผล การดามอวัยวะ การช่วยเหลือผู้ประสบเหตุจมน้ำ และการปฐมพยาบาลผู้ถูกงูพิษและงูไม่มีพิษกัดได้อย่างเหมาะสม 5 ผู้เข้ารับการอบรมเกิดความมั่นใจ ความตระหนักรู้ และจิตสำนึกในการช่วยเหลือผู้อื่นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน และสามารถนำความรู้และทักษะไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ครอบครัว โรงเรียน และชุมชนได้อย่างเหมาะสม
