-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน13.14
-
ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากPreDM1.45
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ( Non-communication diseases, NCDs ) ที่พบบ่อยและเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศทั่วโลก สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติกล่าวว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน มากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวาน ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานถึง 200 คน หรือประมาณชั่วโมงละ 8 คน (ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข) โรคเบาหวานส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่เป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบทางด้านร่างกาย ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ โรคไตวาย โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และการถูกตัดอวัยวะ เป็นต้น เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตถึงร้อยละ 65 โรคเบาหวานส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าคน ปกติ 2 เท่า ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานเกิดจากการมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน เป็นโรคความดันโลหิตสูง ชอบรับประทานอาหารรสหวาน มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อีกทั้งการรับประทานยาอย่างไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และยังส่งผลกระทบทางด้านสังคม ทำให้สูญเสียความสามารถในการทำงาน รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม คุณภาพชีวิตแย่ลง เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว เศรษฐกิจและสังคม ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานตั้งแต่ปี 2566-2568 จํานวน 2,681 คน 2,702 คน และ 2,830 คน ตามลําดับ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2568 มีผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้สูงถึงร้อยละ 64.11 ในเขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 1 และ 2 มีผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน จำนวน 1,422 ราย โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 3,389 ราย และมารับการตรวจรักษาและรับยาที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจจำนวน 200 ราย/สัปดาห์ (ในวันคลินิกเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง) ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มีโอกาสให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบเกิดประสิทธิผลที่ดี และเกิดความพึงพอใจ ทำให้ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ งานพัฒนาระบบบริการปฐมภูมิและสนับสนุนเครือข่าย ร่วมกับ ศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 1, 2 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดลสู่เบาหวานระยะสงบ (DM Remission) รุ่นที่ 4 ประจำปี 2569
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน13.1410
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
เพื่อลดผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากPreDM1
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
เป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในแต่ละหน่วยบริการของอำเภอยะหริ่ง หน่วยละ 5 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
มารู้จัก My Manis กันเถอะ
รายละเอียดกิจกรรม
1. ลงทะเบียนเข้าโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่นที่ 4
2. เข้าเรียน Workshop 7 Module 2 วัน
- Module 1 เรียนรู้เรื่องโรคเบาหวาน อาการและอาการแสดง การป้องกันและภาวะแทรกซ้อน โดยแพทย์เวชศาตร์ครอบครัว
- Module 2 เรียนรู้เรื่องโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน/การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับโรค การทำแผนการกิน (Diet Plan) และการทำ Workshop เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ โดยนักโภชนาการ
- Module 3 เรียนรู้เรื่องการใช้การยาเบาหวาน และการใช้ยา Insulin ที่ถูกต้อง โดยเภสัชกร
- Module 4 เรียนรู้การบริหารเท้าและดูแลเท้าด้วยตนเองโดยแพทย์แผนไทย
- Module 5 การติดตามน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (BGM) และการใช้ App My Manis โดยพยาบาลวิชาชีพ Case Manager
- Module 6 การออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมทางกาย และการตรวจ Body Composition โดยกายภาพบำบัด
- Module 7 เสริมพลังบวกแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยพยาบาลจิตเวช ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ x 35 บาท x 50 คน X 2 วัน = 7,000 บาท ค่าอาหารกลางวัน 80 บาท x 50 คน X 2 วัน = 8,000 บาท ค่าตอบแทนวิทยากร 7 คน X 600 บาท X 1 ชม. = 4,200 บาท ค่าตอบแทนวิทยากรกลุ่มจากนักเรียนเบาหวานต้นแบบ 3 คน X 300 บาท x 1 ชั่วโมง = 900 บาท ค่าป้ายโครงการขนาด 1.5*3 เมตร = 1,125 บาท ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมแถบตรวจ เครื่องละ 2,500 บาท จำนวน 3 เครื่อง = 7,500 บาท ค่าเครื่อง Body composition 1 เครื่อง = 8,500 บาท ค่าจัดซื้อวัตถุดิบเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ (Workshopโดยนักโภชนาการ) = 2,000 บาท ค่าจัดทำแบบบันทึกพฤติกรรมสุขภาพ 30 ชุด X 30 บาท = 900 บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน ได้แก่ สมุด, ปากกา ฯลฯ 30 บาท x 30 ชุด = 900 บาท ค่าวัสดุอุปกรณ์ในโครงการ ได้แก่ ค่าเกียรติบัตร ฯลฯ = 200 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค อาการแสดง การปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้41225 บาท
