รู้ทันเบาหวาน ปรับพฤติกรรม สร้างสุขภาพดีในกลุ่มเสี่ยง Pre-Diabetes
-
นางสาวอีลนียา ลีวัน
-
นางสาวฮุสนียะห์ วาเต๊ะ
-
นางสาวนาดียา ปูตะ
-
นางฮัสนา ใบกาเด็ม
-
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน10.12
-
ร้อยละผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากPreDM1.45
โรคเบาหวานเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non-Communicable Diseases: NCDs) ที่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั้งในระดับโลกและระดับประเทศ เนื่องจากเป็นโรคที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และก่อให้เกิดผลกระทบทั้งต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการป้องกันและควบคุม เนื่องจากโรคดังกล่าวเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะแทรกซ้อนรุนแรง ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผลเบาหวาน และการตัดอวัยวะ ซึ่งส่งผลให้ผู้ป่วยสูญเสียคุณภาพชีวิต เกิดความพิการ และเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ยังสร้างภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลทั้งในระดับครัวเรือนและระบบบริการสุขภาพของประเทศเป็นจำนวนมาก จากข้อมูลสถานการณ์ โรคเบาหวานในเขตอำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานีพบว่ามีผู้ป่วยโรค เบาหวานสะสมจำนวน 10,102 ราย คิดเป็นร้อยละ 10.12 ของ ประชากรในพื้นที่ ซึ่งถือเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูงและมีแนวโน้มเพิ่ม ขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน (Pre-Diabetes: Pre-DM) ที่มีค่าระดับน้ำตาลในเลือดจากปลายนิ้ว (DTX) อยู่ ระหว่าง 100-125 มก./ดล. จากการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและบริบทของพื้นที่ พบว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนเข้าสู่ภาวะเสี่ยง ได้แก่ การบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็ม การรับประทานอาหารในปริมาณมาก การดื่มเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง การขาดการออกกำลังกาย การประกอบอาชีพที่ต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ รวมทั้งการขาดความรู้ ความตระหนัก และแรงจูงใจในการดูแลสุขภาพของตนเอง นอกจากนี้ ประชาชนส่วนหนึ่งยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา สิ่งแวดล้อม และการขาดระบบติดตามสนับสนุนจากครอบครัว ชุมชน และบุคลากรสาธารณสุข ส่งผลให้มาตรการป้องกันโรคในระยะก่อนเกิดโรคยังไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่าที่ควร
ดังนั้น จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดความ เสี่ยงเบาหวานในกลุ่ม Pre-DM ขึ้น โดยใช้กระบวนการวิจัยและ พัฒนา (Research and Development: R&D) เป็นแนวทาง ดำเนินงาน เริ่มจากการสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัญหา พฤติกรรม เสี่ยงของกลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นระบบ (Research) แล้วนำผลที่ได้ มาออกแบบ พัฒนา และทดลองใช้กิจกรรม/นวัตกรรมปรับเปลี่ยน พฤติกรรมที่เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ (Development) ก่อนขยายผล และติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 100 คน สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ลดความเสี่ยงต่อ การเกิดโรคเบาหวานรายใหม่ได้อย่างยั่งยืน
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน10.1210
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ลดลง
-
เพื่อลดค่าระดับน้ำตาลในเลือด (DTX) และลดอัตราการ เกิดผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในกลุ่มเสี่ยง20
ร้อยละของประชาชนมีค่าระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
-
เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน (Pre-DM) มีความรู้ ความ เข้าใจ และตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน60
ร้อยละของประชาชนมีความรู้ ความ เข้าใจ และตระหนักถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบาหวาน
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง100
เป็นประชากรกลุ่มเสี่ยงเบาหวานในแต่ละหน่วยบริการของอำเภอยะหริ่ง หน่วยละ 5 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
มารู้จัก My Manis กันเถอะ
รายละเอียดกิจกรรม
1. ลงทะเบียนเข้าอบรม 2. เข้าอบรม Workshop 2 ครั้ง
- Module 1 เรียนรู้เรื่องโรคเบาหวาน อาการและอาการแสดง การป้องกันและภาวะแทรกซ้อน
- Module 2 เรียนรู้เรื่องโภชนบำบัดสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน/การเลือกอาหารที่เหมาะสมกับโรค การทำแผนการกิน (Diet Plan) และการทำ Workshop เมนูอาหารเพื่อสุขภาพ
- Module 3 เรียนรู้เรื่องการใช้การยาเบาหวาน และการใช้ยา Insulin ที่ถูกต้อง
- Module 4 เรียนรู้การบริหารเท้าและดูแลเท้าด้วยตนเอง
- Module 5 การติดตามน้ำตาลในเลือดด้วยตนเอง (BGM)
- Module 6 การออกกำลังกายที่เหมาะสม กิจกรรมทางกาย และการตรวจ Body Composition
- Module 7 เสริมพลังบวกแก่ผู้ป่วยโรคเบาหวาน
ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม 2 มื้อ x 35 บาท x 100 คน X 2 วัน = 14,000 บาท
ค่าอาหารกลางวัน 120 บาท x 100 คน X 2 วัน = 24,000 บาท
ค่าตอบแทนวิทยากร 300 บาท X 6 ชม.x2 วัน = 3,600 บาท
ค่าป้ายโครงการขนาด 1.5*2 เมตร = 1,000 บาท
ค่าเครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพร้อมแถบตรวจ เครื่องละ 2,500 บาท จำนวน 3 เครื่อง = 7,500 บาท
ค่าเครื่อง Body composition 1 เครื่อง = 5,000 บาท
ค่าจัดทำคู่มือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรายบุคคล100 ชุด x 50 บาท = 5,000
ค่าวัสดุอุปกรณ์การเรียน ได้แก่ สมุด, ปากกา ฯลฯ 30 บาท x 100 ชุด = 3,000 บาท
ค่าวัสดุอุปกรณ์ในโครงการ ได้แก่ ค่าเกียรติบัตร ฯลฯ = 500 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2570ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ความเข้าใจเรื่องโรค อาการแสดง การปฏิบัติตัวและการป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มขึ้น
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้63600 บาท
ดำเนินโครงการโดยใช้กระบวนการ แบ่งเป็น 4 ระยะ ดังนี้
ระยะที่ 1 ขั้นสำรวจและวิเคราะห์สภาพปัญหา (Research)
1.1 ประชุมชี้แจงโครงการแก่ อสม. และภาคีเครือข่ายสุขภาพในพื้นที่
1.2 คัดกรองและสำรวจกลุ่มเสี่ยงเบาหวาน (Pre-DM) ที่มีค่า DTX 100-125 มก./ดล. จำนวน 100 คน
1.3 สำรวจพฤติกรรมเสี่ยง (การบริโภคอาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด การพักผ่อน) ด้วยแบบสอบถาม/สัมภาษณ์รายบุคคล
1.4 วิเคราะห์ข้อมูลและจัดทำฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมายราย บุคคล เพื่อใช้ออกแบบกิจกรรมในระยะต่อไป
ระยะที่ 2 ขั้นออกแบบและพัฒนา (Development)
2.1 ออกแบบชุดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ สอดคล้องกับบริบทและปัญหาที่พบ (เช่น คู่มือปรับพฤติกรรม ปฏิทิน ติดตามสุขภาพ กลุ่มไลน์ติดตาม)
2.2 จัดอบรมให้ความรู้เรื่องโรคเบาหวานและหลักการปรับ เปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ2ส (อาหาร ออกกำลังกาย อารมณ์ ลดบุหรี่ ลดสุรา) แก่กลุ่มเป้าหมาย
2.3 จัดกิจกรรมสาธิตเมนูอาหารเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมออก กำลังกายกลุ่ม
2.4 นำร่อง (Pilot) ทดลองใช้ชุดกิจกรรม/นวัตกรรมกับกลุ่ม เป้าหมายบางส่วน แล้วปรับปรุงก่อนขยายผลเต็มรูปแบบ
ระยะที่ 3 ขั้นดำเนินการและติดตามผล
3.1 ขยายผลกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแก่กลุ่มเป้าหมายทั้ง 100 คน อย่างต่อเนื่อง
3.2 ติดตามเยี่ยมบ้าน/ติดตามทางโทรศัพท์หรือแอปพลิเคชัน ไลน์ พร้อมตรวจวัดค่า DTX ทุก 1 เดือน
3.3 สร้างเครือข่าย อสม./ครอบครัว ร่วมเป็นพี่เลี้ยงติดตาม พฤติกรรมกลุ่มเป้าหมาย
ระยะที่ 4 ขั้นประเมินผล
4.1 ประเมินความรู้ พฤติกรรมสุขภาพ และค่า DTX ก่อน-หลัง ดำเนินโครงการ ที่ระยะ 3 เดือน และ 6 เดือน
4.2 สรุปผลการดำเนินงาน ถอดบทเรียน และจัดทำรายงานผล โครงการเสนอคณะกรรมการกองทุนฯ
- กลุ่มเสี่ยงเบาหวาน (Pre-DM) มีความรู้และปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพที่ดีขึ้น สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเบา หวานรายใหม่ได้ 2.อัตราการเกิดผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ในพื้นที่อำเภอ ยะหริ่งลดลง และเกิดต้นแบบ/นวัตกรรมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ สามารถขยายผลไปยังกลุ่มเสี่ยงโรคอื่นได้ต่อไป
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.docx) @7 ส.ค. 2569 | sso00908 |
