โครงการพัฒนาระบบส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคในช่องปากเด็กปฐมวัยแบบมีส่วนร่วม อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี
-
นางนาริศา หีมสุหรี
-
นางรัศมี นิเดร์หะ
-
นางสาวฮุสนา บิลโอะ
-
นางสาวทัศนีย์…เจ๊ะอูบง
-
นางสาวซารียา สามะ
-
ร้อยละโรคฟันผุ(ฟันน้ำนม)ในเด็ก 3 ปี ของอำเภอยะหริ่ง33.12
1.1 ที่มา :โรคฟันผุในเด็กปฐมวัยเป็นปัญหาสุขภาพที่ส่งผลต่อการกิน การนอน การเจริญเติบโต การเรียนรู้ และคุณภาพชีวิตของเด็ก หากไม่ได้รับการป้องกันและควบคุมตั้งแต่ระยะเริ่มต้น อาจพัฒนาเป็นรอยโรคที่รุนแรง เกิดอาการปวด การติดเชื้อ และการสูญเสียฟันน้ำนมก่อนวัยอันควร ซึ่งอาจส่งผลต่อการบดเคี้ยว การรักษาพื้นที่สำหรับฟันแท้ และการเรียงตัวของฟันในอนาคต ปัญหาสำคัญของการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยไม่ได้เกิดจากปัจจัยด้านตัวเด็กเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการบริโภค การแปรงฟัน การได้รับฟลูออไรด์ ความรู้และทักษะของผู้ปกครองและครู รวมถึงการเข้าถึงบริการป้องกันและรักษา ดังนั้นการแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องดำเนินการแบบครบวงจร ตั้งแต่การสร้างความรู้ การคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง การป้องกันโรค การควบคุมรอยโรค และการติดตามต่อเนื่อง อำเภอยะหริ่งมีเด็กกลุ่มเป้าหมายอายุ 2–5 ปี จำนวน 946 คน ซึ่งโครงการเดิมกำหนดให้เด็กทุกคนได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและประเมินความเสี่ยง พร้อมมีผู้ปกครอง 946 คน และครูผู้รับผิดชอบ 45 คน รวม 1,937 คน เข้าร่วมกระบวนการส่งเสริมสุขภาพช่องปาก จากแนวทางเดิม โครงการมีการใช้หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ลงพื้นที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กและโรงเรียน เพื่อคัดกรองรอยโรคในช่องปาก จัดทำฐานข้อมูลสุขภาพช่องปาก และจัดกลุ่มความเสี่ยงเพื่อวางแผนการดูแลรายบุคคล จุดนี้ถือเป็นจุดแข็งของโครงการ เพราะทำให้การดูแลไม่ใช่เพียงการให้ความรู้แบบทั่วไป แต่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลเด็กแต่ละรายกับการป้องกันและการรักษาที่เหมาะสม นอกจากนี้ โครงการมีแนวทางใช้ Silver Diamine Fluoride (SDF) และแนวทางการรักษาแบบไม่ซับซ้อน เช่น Silver Modified Atraumatic Restorative Treatment (SMART) เพื่อช่วยควบคุมรอยโรคฟันผุในเด็กที่มีความเสี่ยงและมีข้อบ่งชี้ โดย SDF มีคุณสมบัติในการช่วยยับยั้งการลุกลามของรอยโรคฟันผุ ขณะที่การใช้วัสดุแก้วไอโอโนเมอร์ร่วมกับแนวทางดังกล่าวสามารถช่วยปกปิดรอยโรคและลดความกังวลด้านความสวยงามของเด็กและผู้ปกครองได้ การดำเนินงานให้เกิดผลอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องไม่จบเพียงการตรวจหรือให้บริการ แต่ต้องมี ระบบติดตามหลังได้รับบริการ โดยเฉพาะเด็กที่มีรอยโรคฟันผุ เด็กที่ได้รับ SDF เด็กที่มีพฤติกรรมการแปรงฟันไม่เหมาะสม และเด็กกลุ่มเสี่ยงสูง รวมทั้งต้องเสริมศักยภาพผู้ปกครองและครูให้สามารถดูแลและกำกับพฤติกรรมของเด็กในชีวิตประจำวัน ดังนั้น โรงพยาบาลยะหริ่งจึงจัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อพัฒนาระบบส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคในช่องปากเด็กปฐมวัย โดยใช้กระบวนการ “คัดกรอง–จำแนกความเสี่ยง–ป้องกัน/ควบคุม–ปรับพฤติกรรม–ติดตามผล” และสร้างการมีส่วนร่วมของทันตบุคลากร ผู้ปกครอง ครู และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เด็กปฐมวัยมีสุขภาพช่องปากที่ดี ลดการเกิดและการลุกลามของโรคฟันผุ และมีระบบดูแลต่อเนื่องในพื้นที่
-
เพื่อค้นหาและจำแนกความเสี่ยงด้านสุขภาพช่องปากของเด็กอายุ 2–5 ปี จำนวน 946 คน ให้ได้รับการตรวจและจัดทำข้อมูลรายบุคคลอย่างเป็นระบบ
-
เพื่อให้เด็กได้รับการส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคในช่องปากตามระดับความเสี่ยง รวมถึงการได้รับฟลูออไรด์ SDF หรือการดูแลทางทันตกรรมที่เหมาะสมตามข้อบ่งชี้
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ปกครอง ครู และทันตบุคลากร ให้สามารถร่วมกันดูแลสุขภาพช่องปากและติดตามพฤติกรรมการแปรงฟันของเด็กอย่างต่อเนื่อง
-
กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน946
-
ครูผู้ดูแลเด็ก45
-
ผู้ปกครองเด็ก946
-
ทันตบุคลากร30
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดประชุมทันตบุคลากรในอำเภอยะหริ่ง ร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงาน
จัดกิจกรรมในรูปแบบประชุมทันตบุคลากร ร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานในประเด็นต่างๆ ดังนี้ สถานการณ์สุขภาพช่องปากเด็กในพื้นที่ แนวทางคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง แนวทางใช้ SDF/SMART ตามข้อบ่งชี้ การบันทึกข้อมูล และแนวทางติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยง มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน 3600 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน ๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 2,100 บาท
รวมเป็นเงิน 5,700 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569ร่วมกำหนดแนวทางการดำเนินงานในประเด็นต่างๆ ดังนี้
output - สถานการณ์สุขภาพช่องปากเด็กในพื้นที่
- แนวทางคัดกรอง การประเมินความเสี่ยง
- แนวทางใช้ SDF/SMART ตามข้อบ่งชี้
- การบันทึกข้อมูล
-แนวทางติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยง out come ทันตบุคลากรมีความรู้และความเข้าใจในการวางแผนป้องกันและดูแลสุขภาพช่องปากเด็กให้เหมาะสมกับปัญหาในพื้นที่ และสามารถดำเนินงานไปในทิศทางเดียวกัน5700 บาท -
Workshop การใช้ SDF/SMART และการดูแลเด็กกลุ่มเสี่ยง
จัดกิจกรรมในรูปแบบ ฝึกปฏิบัติการจริง การใช้ SDF แก่ทันตบุคลากร โดยเน้นตั้งแต่ ข้อบ่งชี้/ข้อควรระวัง การเตรียมเด็ก การสื่อสารและขอความยินยอมจากผู้กครอง ขั้นตอนการให้บริการ การบันทึกผล มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน 3,600 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
จำนวน 30 คน ๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 2,100 บาท รวมเป็นเงิน 5,700 บาท16 กันยายน 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569coutput ทันตบุคลากรได้รับการอบรมและฝึกปฏิบัติการทาซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) out come ทันตบุคลากรมีความรู้ ทักษะ และความมั่นใจในการให้บริการทา SDF แก่เด็กอย่างถูกต้องและปลอดภัย
5700 บาท -
ให้ความรู้และฝึกปฏิบัติจริงแก่ ผู้ปกครองและครู ทีมดูแลฟันเด็ก
จัดกิจกรรมในรูปแบบให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและครู เรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก 2-5 ปี พร้อมฝึกปฏิบัติการแปรงฟันที่ถูกวิธี โดยมีเนื้อหาดังนี้ อาหารและเครื่องดื่มที่เพิ่มความเสี่ยงฟันผุ การแปรงฟันด้วยยาสีฟันฟลูออไรด์ การแปรงฟันให้เด็ก การตรวจความสะอาดช่องปาก การใช้สีย้อมคราบจุลินทรีย์ วิธีติดตามเด็กที่มีความเสี่ยงสูง การให้ข้อมูลเกี่ยวกับ SDF ข้อบ่งชี้ทางทันตกรรม ประโยชน์ ข้อจำกัด ผลข้างเคียงด้านสีของรอยโรค แนวทางติดตามผลและ การยินยอมของผู้ปกครองก่อนให้บริการ มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 1,021 คน ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน 122,520 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 1,021 คน ๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 71,470 บาท
กิจกรรมที่ 3 รวมเป็นเงิน 193,990 บาท1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2569output ผู้ปกครองและครูได้รับความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก 2–5 ปี และได้ฝึกปฏิบัติการแปรงฟันอย่างถูกวิธี out come ผู้ปกครองและครูมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก สามารถส่งเสริมและกำกับการแปรงฟันของเด็กได้อย่างถูกต้อง
193990 บาท -
ตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปากและจัดทำฐานข้อมูลสุขภาพช่องปากรายบุคคล ประเมินความเสี่ยงและวางแผนการรักษาของเด็ก
จัดกิจกรรมในรูปแบบหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปาก บันทึก ประเมินความเสี่ยง จัดกลุ่มตามความเสี่ยง และวางแผนการส่งเสริม ป้องกัน รักษาของเด็กรายบุคคล โดยจำแนกเด็กเป็น 4 กลุ่ม ดังนี้ กลุ่มที่ 1 สุขภาพช่องปากปกติ/ความเสี่ยงต่ำ กลุ่มที่ 2 กลุ่มเสี่ยงต่อโรคฟันผุ กลุ่มที่ 3 มีรอยโรคฟันผุระยะแรก/ฟันผุที่ควบคุมได้ กลุ่มที่ 4 ฟันผุรุนแรง/มีอาการ/ต้องได้รับการรักษา มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าเอกสารประกอบกิจกรรม เป็นเงิน 10,406 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 10 คนๆ ละ 120 บาท 32 ครั้ง เป็นเงิน 38,400 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 10 คนๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ 32 ครั้ง เป็นเงิน 22,400 บาท กิจกรรมที่ 4 รวมเป็นเงิน 71,206 บาท1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570out put เด็กอายุ 2–5 ปีได้รับการตรวจคัดกรองและบันทึกข้อมูลสุขภาพช่องปาก พร้อมจัดทำฐานข้อมูลสถานการณ์และระดับความเสี่ยง out come. เด็กอายุ 2–5 ปีได้รับการตรวจคัดกรองและบันทึกข้อมูลสุขภาพช่องปาก พร้อมจัดทำฐานข้อมูลสถานการณ์และระดับความเสี่ยง
71206 บาท -
ให้บริการป้องกันและควบคุมโรคในช่องปากตามระดับความเสี่ยง
จัดกิจกรรมในรูปแบบหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ให้บริการป้องกันและควบคุมโรคในช่องปากตามผลการประเมินความเสี่ยงและข้อบ่งชี้ทางทันตกรรม ประกอบด้วย การใช้ Fluoride varnish/SDF/SMARTตามข้อบ่งชี้ให้คำแนะนำเฉพาะราย และส่งต่อกรณีจำเป็น มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าวัสดุทันตกรรม
1). ฟลูออไรด์วาร์นิชเข้มข้นจำนวน 15 หลอด x ราคา 800 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท 2). ซิลเวอร์ไดเอมีนฟลูออไรด์ (SDF) จำนวน 6 ขวด x ราคา 2,250 บาท เป็นเงิน 13,500 บาท 3). GI จำนวน 7 กล่อง x ราคา 5,000 บาท เป็นเงิน 35,000 บาท 4). DENTIN CONDITIONER จำนวน 10 ขวด x ราคา 500 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท กิจกรรมที่ 5 รวมเป็นเงิน 65,500 บาท1 ธันวาคม 2569 ถึง 31 มกราคม 2570out put เด็กกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการป้องกันโรคในช่องปากตามปัญหาและระดับความเสี่ยง out come เด็กได้รับการป้องกันและควบคุมปัญหาโรคในช่องปากอย่างเหมาะสม ลดโอกาสการเกิดหรือความรุนแรงของโรคฟันผุ
65500 บาท -
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟันหลังโดยการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและครู
จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน โดยครูสาธิต การแปรงฟันและใช้สีย้อมฟันเด็กเพื่อประเมินประสิทธิภาพการแปรงฟันของเด็ก เด็กฝึกทักษะการแปรงฟัน ครูควบคุม/กำกับการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน ผู้ปกครองควบคุม/กำกับการแปรงฟันตอนเช้าและก่อนนอน
- ชุดอุปกรณ์การแปรงฟัน (ยาสีฟัน,แปรงสีฟัน) จำนวน 946 ชุด x ราคา 50 บาท เป็นเงิน 47,300 บาท - สีย้อม เพื่อประเมินประสิทธิภาพการแปรงฟัน จำนวน 45 ขวด x ราคา 110 บาท เป็นเงิน 4,950 บาท กิจกรรมที่ 6 รวมเป็นเงิน 52,250 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570out put เด็กได้รับการส่งเสริมและฝึกแปรงฟันหลังอาหารกลางวันอย่างสม่ำเสมอ โดยมีครู/ผู้ดูแลช่วยกำกับ out come เด็กมีพฤติกรรมการแปรงฟันที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ เกิดสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพช่องปาก
52250 บาท -
ติดตามตรวจฟันเด็กที่ได้รับการรักษา และบันทึกข้อมูลผลการตรวจฟัน
จัดกิจกรรมในรูปแบบหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ตรวจคัดกรองรอยโรคในช่องปากหลังการให้บริการ รอยโรคหยุด/ไม่ลุกลาม มีรอยโรคใหม่หรือไม่/มีอาการหรือไม่/ต้องรักษาต่อหรือไม่ และบันทึกผล เพื่อประเมินผล มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 5 คนๆ ละ 120 บาท 26 ครั้ง เป็นเงิน 15,600 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 5 คนๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ 26 ครั้ง เป็นเงิน 9,100 บาท กิจกรรมที่ 7 รวมเป็นเงิน 24,700 บาท1 พฤษภาคม 2570 ถึง 31 กรกฎาคม 2570out put ข้อมูลสภาวะฟันก่อนและหลังการทา SDF และมีการติดตามผลการรักษาอย่างเป็นระบบ out come สามารถประเมินผลของการทา SDF ต่อการควบคุมรอยโรคฟันผุ และนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนดูแลรักษาเด็กต่อเนื่อง
24700 บาท -
ประชุมติดตามงาน เพื่อรับทราบปัญหาระหว่างการดำเนินงานและปรับปรุงแก้ไข
จัดกิจกรรมในรูปแบบจัดประชุมประชุมติดตามงาน เพื่อรับทราบปัญหาระหว่างการดำเนินงานและปรับปรุงแก้ไข
มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 30 คน ๆ ละ 120 บาท 3 ครั้ง เป็นเงิน 10,800 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 30 คน ๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ 3 ครั้ง เป็นเงิน 6,300 บาท กิจกรรมที่ 8 รวมเป็นเงิน 17,100 บาท1 มกราคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570out put
มีการติดตามความก้าวหน้า ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไขร่วมกันก่อนการประเมินผล out come การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถแก้ไขปัญหาและปรับแนวทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ในพื้นที่ได้ทันเวลา17100 บาท -
ประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างทันตบุคลกร ผู้ปกครองและครู
จัดกิจกรรมในรูปแบบการประชุมเชิงปฏิบัติการถอดบทเรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันระหว่างทันตบุคลากร ผู้ปกครองและครู โดยร่วมทบทวนการทำงานเพื่อสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค และหาแนวทางการพัฒนาระบบต่อไป มีรายละเอียดงบประมาณดังนี้
- ค่าอาหารกลางวันจำนวน 100 คน ๆ ละ 120 บาท เป็นเงิน 12,000 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 100 คน ๆ ละ 35 บาท 2 มื้อ เป็นเงิน 7,000 บาท กิจกรรมที่ 9 รวมเป็นเงิน 19,000 บาท1 สิงหาคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570out put ได้บทเรียนจากผผลการดำเนินงาน ปัญหา อุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จ และแนวทางพัฒนางานต่อไป out come เกิดองค์ความรู้และแนวทางการดำเนินงานที่สามารถนำไปพัฒนาหรือขยายผลการส่งเสริมและป้องกันโรคในช่องปากเด็กปฐมวัยในพื้นที่ต่อไป
19000 บาท
1.เด็กได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากและมีข้อมูลสุขภาพช่องปากรายบุคคล 2. เด็กได้รับการจำแนกระดับความเสี่ยงและได้รับบริการส่งเสริม ป้องกัน และควบคุมโรคตามความจำเป็น 3. เด็กกลุ่มที่มีรอยโรคฟันผุได้รับการดูแลและติดตามอย่างต่อเนื่อง ลดโอกาสการลุกลามของโรค 4. เด็กมีทักษะและพฤติกรรมการแปรงฟันที่ถูกต้องมากขึ้น 5. ผู้ปกครองและครูมีความรู้และทักษะในการดูแลสุขภาพช่องปากเด็ก และมีส่วนร่วมในการติดตามเด็กกลุ่มเสี่ยง 6. ทันตบุคลากรมีแนวทางการทำงานร่วมกันในการคัดกรอง ประเมินความเสี่ยง ป้องกัน ควบคุม และติดตามโรคในช่องปากเด็ก 7. มีฐานข้อมูลและระบบติดตามสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยที่สามารถใช้วางแผนการดูแลต่อเนื่อง 8. เกิดรูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยแบบมีส่วนร่วมระหว่าง ทันตบุคลากร–ครู–ผู้ปกครอง–ครอบครัว ที่สามารถพัฒนาและขยายผลในพื้นที่
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @1 ก.ย. 2569 | โรงพยาบาลยะหริ่ง |
