โครงการสงขลาโมเดล : แสงสว่างแห่งปัญญา ประจำปี 2569
-
นางสาวกัญนภัส จันทร์ทอง
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีคัดกรองพบภาวะสายตาสั้นและเอียง
สายตาและการมองเห็นถือเป็นประตูบานแรกสู่กระบวนการเรียนรู้และปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุดต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กปฐมวัยและวัยเรียน หากภาวะสายตาผิดปกติไม่ได้รับการแก้ไขก่อนอายุ ๑๒ ปี จะนำไปสู่ภาวะ ตาขี้เกียจ (Amblyopia) ซึ่งเป็นความบกพร่องที่ส่งผลเสียต่อศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์อย่างถาวรตลอดชีวิต จากสถิติทางการศึกษาของจังหวัดสงขลา ปีการศึกษา ๒๕๖๘ พบประชากรนักเรียนในระบบสูงถึง ๓๔๘,๗๔๖ คน ครอบคลุมทั้งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานความมั่นคงที่ดูแลกลุ่มเด็กเปราะบางในพื้นที่ห่างไกล อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ พบข้อเท็จจริงที่น่ากังวลว่ามีเด็กเข้าถึงบริการแว่นตาเพียง ๑๐๘ ราย หรือคิดเป็นเพียงร้อยละ ๐.๐๙ ของประชากรเป้าหมาย สะท้อนให้เห็นถึง ภาวะวิกฤตเชิงระบบ (Systemic Crisis) ในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ด้านสาธารณสุข โดยมีอุปสรรคสำคัญจากข้อมูลการคัดกรองที่ขาดความเชื่อมโยง ข้อจำกัดด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญที่นำไปสู่ระยะเวลารอคอยตรวจวินิจฉัยยาวนานกว่า ๖ เดือน ตลอดจนภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของผู้ปกครองในพื้นที่ชนบท เพื่อทลายกำแพงเชิงระบบดังกล่าว องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลาจึงได้ริเริ่มพลังแห่งการบูรณาการผ่าน บันทึกความตกลงความร่วมมือ (MOU) ขับเคลื่อนโครงการฯ ร่วมกับภาคีเครือข่าย ๑๔ หน่วยงานหลัก เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๗ อันประกอบด้วยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา, สปสช. เขต ๑๒ สงขลา, สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสงขลา และสมาคมนักทัศนมาตรแห่งประเทศไทย เป็นต้น ความร่วมมือระดับพหุภาคีนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการทรัพยากรร่วมกัน ทั้งด้านบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ นวัตกรรมเครื่องมือทางการแพทย์ และระบบการส่งต่อที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งจังหวัด มูลนิธิอาสาสร้างสุข จึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการดำเนินงานสู่โครงการ สงขลาโมเดล: แสงสว่างแห่งปัญญา โดยขับเคลื่อนผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง Songkhla Vision Platform ควบคู่กับการจัดหน่วยบริการตรวจวินิจฉัยเคลื่อนที่เชิงรุก (Mobile Specialist Unit) ถึงสถานศึกษา เพื่อค้นหาและส่งมอบแว่นสายตาคุณภาพสูงให้ครอบคลุมร้อยละ ๑๐๐ ตามชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช. อันเป็นการทลายข้อจำกัดเชิงพื้นที่ คืนโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียม และสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนชาวสงขลาอย่างยั่งยืนสืบไป
-
เพื่อลดภาวะสายตาสั้นและเอียงของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ลง
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีคัดกรองพบภาวะสายตาสั้นและเอียง
มูลนิธิอาสาสร้างสุข จึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการยกระดับการดำเนินงานสู่โครงการ สงขลาโมเดล: แสงสว่างแห่งปัญญา โดยขับเคลื่อนผ่านระบบฐานข้อมูลกลาง Songkhla Vision Platform ควบคู่กับการจัดหน่วยบริการตรวจวินิจฉัยเคลื่อนที่เชิงรุก (Mobile Specialist Unit) ถึงสถานศึกษา เพื่อค้นหาและส่งมอบแว่นสายตาคุณภาพสูงให้ครอบคลุมร้อยละ ๑๐๐ ตามชุดสิทธิประโยชน์ของ สปสช. อันเป็นการทลายข้อจำกัดเชิงพื้นที่ คืนโอกาสทางการเรียนรู้ที่เท่าเทียม และสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนชาวสงขลาอย่างยั่งยืนสืบไป
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน
สถานศึกษาในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ทุกสังกัดในจังหวัดสงขลา จำนวน ๗๕๓ แห่ง เข้าร่วมโครงการฯไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของจำนวนโรงเรียนทั้งหมด (ประมาณ ๖๐๒ แห่ง จาก ๗๕๓ แห่ง) และบันทึกข้อมูลผ่านระบบ Songkhla Vision Platform ครอบคลุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 เด็กนักเรียนที่ตรวจพบความผิดปกติจากการคัดกรองเบื้องต้น ได้รับการตรวจวินิจฉัยยืนยันค่าสายตาโดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรผ่านหน่วยบริการเคลื่อนที่ ร้อยละ 100
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
พัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบดิจิทัล อบรมฟื้นฟูครูอนามัยและเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ในการคัดกรองสายตาเบื้องต้น และการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรม Clearer Vision for Songkhla อบจ.สงขลา เพื่อรายงานผลแบบ Real-time
ขั้นตอนที่ 1 : พัฒนาศักยภาพบุคลากรและระบบดิจิทัล อบรมฟื้นฟูครูอนามัยและเจ้าหน้าที่ รพ.สต. ในการคัดกรองสายตาเบื้องต้น และการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรม Clearer Vision for Songkhla อบจ.สงขลา เพื่อรายงานผลแบบ Real-time ขั้นตอนที่ 2 : มหกรรมการคัดกรองเชิงรุก ครูอนามัยและเจ้าหน้าที่ รพสต.ร่วมกันดำเนินการคัดกรองสายตาเบื้องต้นและส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรม Clearer Vision for Songkhla เพื่อวางแผนนัดหมาย และกำหนดจุดตรวจในแต่ละพื้นที่ ขั้นตอนที่ 3 : สมาคมนักทัศนมาตรแห่งประเทศไทย จัดหน่วยเคลื่อนที่ซึ่งประกอบด้วย นักทัศนมาตรและเครื่องมือที่ทันสมัยลงพื้นตามสถานศึกษาที่กำหนด เพื่อตรวจวินิจฉัยยืนยัน คัดกรองซ้ำด้วยเครื่อง Auto Refraction สำหรับนักเรียน ที่มีความผิดปกติ VA20/30 และส่งต่อพบจักษุแพทย์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดร่วมกัน รวมถึงให้เด็กเลือกกรอบแว่นที่เหมาะสม ขั้นตอนที่ 4 : การจัดทำและมอบแว่นตา สั่งตัดแว่นตามค่าสายตา และส่งมอบภายใน
30 วัน ขั้นตอนที่ 5 : การกำกับติดตาม ประเมินผล และวิเคราะห์ความคุ้มค่า โดยดำเนินการติดตามผลในช่วง 3-6 เดือนหลังได้รับแว่นตา ใน 4 มิติสำคัญ ดังนี้ (๑) ติดตามพฤติกรรมการสวมใส่แว่นตาอย่างต่อเนื่องผ่านครูอนามัยและเครือข่ายผู้ปกครอง เพื่อลดอัตราการเลิกใช้งาน
(2) ผลสัมฤทธิ์ทางสุขภาพ วัดความเปลี่ยนแปลงของคุณภาพการมองเห็น และบันทึกผ่านระบบ Songkhla Vision Platform เพื่อยืนยันความสำเร็จทางการแพทย์ (๓) ผลลัพธ์ด้านการเรียนและสังคม (Social Impact): ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่เพิ่มขึ้น ร่วมกับดัชนีความสุข (Happiness Index) เช่น การลดอาการปวดศีรษะและความมั่นใจในการทำกิจกรรม(Happiness Index) ของเด็ก (๔) ความคุ้มค่าเชิงระบบ วิเคราะห์ความพึงพอใจและเปรียบเทียบต้นทุนทางสังคมที่ลดลงจากการได้รับบริการที่รวดเร็ว (ภายใน 30 วัน) เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ (Evidence-based) ในการขยายผลโครงการอย่างยั่งยืนถึง1188000 บาท
