โครงการเสริมสร้างสมรรถนะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและภาคีเครือข่ายเพื่อการปรับสภาพแวดล้อม ที่อยู่อาศัยตามหลักการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design)
-
ประธานกรรมการมูลนิธิคนช่วยฅน
-
ร้อยละของคนพิการที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมหรือที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย
จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงยุทธศาสตร์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา (HDC) และฐานข้อมูลคนพิการจังหวัดสงขลา พบว่า จังหวัดสงขลากำลังเผชิญกับภาวะ “สึนามิประชากร” โดยมีกลุ่มผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) เพิ่มสูงขึ้นในอัตราเฉลี่ยร้อยละ 4 ต่อปี และที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ กลุ่มผู้สูงอายุวัยปลาย (80 ปีขึ้นไป) ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงต่อภาวะพึ่งพิง มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 7 ต่อปี สอดคล้องกับสถิติ
คนพิการที่จดทะเบียนสะสมกว่า 48,000 ราย ซึ่งมีความพิการทางการเคลื่อนไหวเป็นอันดับหนึ่ง (เกือบร้อยละ 50) ทำให้ความต้องการการปรับสภาพที่อยู่อาศัยพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด เมื่อพิจารณาในมิติของงบประมาณ พบว่า อัตราการจัดสรรงบประมาณภาครัฐเพื่อการซ่อมแซมและปรับสภาพที่อยู่อาศัยมีข้อจำกัดและไม่คงที่ (เพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ 1-2 ต่อปี) ส่งผลให้เกิด ช่องว่างการเข้าถึงสิทธิ (Budgetary Gap)
โดยกลุ่มเป้าหมายที่รอคอยความช่วยเหลือ (Waitlist) สะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หากยังคงใช้กลยุทธ์การพึ่งพางบประมาณจัดซื้อวัสดุเพียงอย่างเดียว จะทำให้ผู้ป่วยระยะกึ่งเฉียบพลัน (IMC) และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (ADL ≤ 11) เสียโอกาสในการฟื้นฟูสมรรถภาพในช่วง นาทีทอง (Golden Period) และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนซึ่งส่งผลเสียต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจและสาธารณสุขในภาพรวม
ภายใต้วิกฤตการณ์ที่ความต้องการเพิ่มขึ้นร้อยละ 4-7 ต่อปี แต่งบประมาณโตไม่ทันความพิการ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา และมูลนิธิคนช่วยคน จึงเห็นความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านกลยุทธ์จากการขับเคลื่อนด้วยงบประมาณ (Resource-Based) ไปสู่การขับเคลื่อนด้วย ทุนทางสังคม (Social Capital-Based) ผ่านแนวคิด “บ้านสร้างสุขชุมชน : พลังบูรณาการ พึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน”
โครงการนี้จึงถูกจัดทำขึ้นเพื่อมุ่งเน้นการสร้างสมรรถนะให้แก่ภาคีเครือข่ายและชุมชน
ให้สามารถลุกขึ้นมาจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยได้ด้วยตนเอง ผ่านการระดมทรัพยากรท้องถิ่น การแสวงหาหุ้นส่วน และพลังจิตอาสาคนละไม้คนละมือ โดยใช้งบประมาณกองทุนฯ เป็นเพียง “คานงัด” (Leverage)
ในการสร้างระบบนิเวศการดูแลกันเองในระดับพื้นที่ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เพิ่มสูงขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ครอบคลุม และยั่งยืนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดสงขลา พ.ศ. 2567
-
เพื่อลดร้อยละของคนพิการที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมหรือที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย
ร้อยละของคนพิการที่อยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมหรือที่อยู่อาศัยเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย
(๑) เพื่อสร้างสมรรถนะและทักษะเชิงวิชาชีพ : ให้แก่เจ้าหน้าที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและแกนนำภาคีเครือข่าย ให้มีความรู้ความสามารถในการประเมิน ออกแบบ และปรับสภาพที่อยู่อาศัยตามหลักการออกแบบที่เป็นสากล (Universal Design) ได้อย่างถูกต้องตามระเบียบกองทุนฯ พ.ศ. 2567
เพื่อรองรับจำนวนคนพิการและผู้สูงอายุที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
(2) เพื่อสร้างกลไกการบริหารจัดการทรัพยากรชุมชนแบบบูรณาการ : มุ่งเน้นการแสวงหาหุ้นส่วนทางสังคม (Social Partnership) และการระดมทุนเดิมในท้องถิ่น (วัสดุ/แรงงาน/งบสมทบ)
เพื่อลดช่องว่าง (Gap) ระหว่างงบประมาณภาครัฐที่มีจำกัด กับความต้องการความช่วยเหลือของประชาชนที่เพิ่มขึ้นปีละ 4-7%
(๓) เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสุขภาวะของประชาชนกลุ่มเปราะบางผ่านกระบวนการซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยที่รวดเร็วและทั่วถึง โดยใช้พลัง คนละไม้คนละมือ ของคนในชุมชน
เพื่อลดความเสี่ยงจากการพลัดตกหกล้ม และส่งเสริมการฟื้นฟูสมรรถภาพที่บ้าน (Home-based Rehabilitation) อย่างยั่งยืน
(๔) เพื่อขับเคลื่อนโมเดล ชุมชนพึ่งตนเอง (Self-Reliance) : สร้างความเข้มแข็งให้แก่เครือข่ายจิตอาสาและช่างชุมชนในจังหวัดสงขลา ให้สามารถจัดการปัญหาที่อยู่อาศัยของคนในพื้นที่ได้ด้วยตนเองอย่างเป็นระบบ ลดการพึ่งพางบประมาณส่วนกลางเพียงอย่างเดียว และสร้างวัฒนธรรมแห่งการเกื้อกูลกันในระดับท้องถิ่น
-
กลุ่มวัยทำงาน
-
กลุ่มผู้สูงอายุ
(๑) การสร้างสมรรถนะเครือข่าย: ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อสร้างศักยภาพให้แก่เจ้าหน้าที่ อปท. แกนนำชุมชน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และภาคีเครือข่ายในจังหวัดสงขลา ครอบคลุมพื้นที่ 16 อำเภอ โดยแบ่งออกเป็น ๔ โซนพื้นที่ จำนวน ๔ รุ่น (๔ อำเภอต่อ ๑ รุ่น) รวมทั้งสิ้น ๓๒๐ คน (๒) การจัดตั้งกลไกพึ่งตนเอง : เกิด “ทีมช่างชุมชนจิตอาสา” และ “คณะทำงานบริหารจัดการทรัพยากรท้องถิ่น” ที่ผ่านการรับรองความรู้ด้านอารยสถาปัตย์ (Universal Design) อย่างน้อย 1 ทีมต่อ 1 ตำบล ในพื้นที่ดำเนินการ (๓) การเข้าถึงความช่วยเหลือที่รวดเร็ว : เกิดโมเดลการปรับสภาพบ้านสร้างสุขต้นแบบที่ใช้การบูรณาการทรัพยากรชุมชน (ระดมวัสดุ/แรงงานอาสา) โดยไม่พึ่งพางบค่าวัสดุจากกองทุนฯ อย่างน้อย อำเภอละ 1 หลังคาเรือน (รวม 16 หลัง) เพื่อเป็นตัวอย่างการจัดการช่องว่างงบประมาณ
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
(๑) ขั้นเตรียมการและประสานภาคีเครือข่าย (Preparation & Networking)(๒) ขั้นเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะวิชาชีพ (Capacity Building Workshop)(๓) ขั้นการขับเคลื่อนกลไก “บ้านสร้างสุขคนละไม้คนละมือ” (Community Implementation)(๔) ขั้นการขยายผลและสร้างความยั่งยืน (Scale-up & Sustainability)
(๑) ขั้นเตรียมการและประสานภาคีเครือข่าย (Preparation & Networking) - การจัดตั้งคณะทำงานขับเคลื่อน : มูลนิธิฯ ประสานงานร่วมกับกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสงขลา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด พมจ.สงขลา และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลกลุ่มเป้าหมาย (คนพิการ/ผู้สูงอายุที่มี ADL ≤ 11) ในพื้นที่ 16 อำเภอ - การวิเคราะห์ทุนทางสังคม : ร่วมกับภาคีเครือข่ายสำรวจทรัพยากร บุคลากรในพื้นที่ ร้านค้าวัสดุก่อสร้าง ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และเครือข่ายช่างในท้องถิ่น เพื่อเตรียมจัดทำฐานข้อมูล “หุ้นส่วนสร้างสุข” ในแต่ละอำเภอ และจัดส่งข้อมูลให้กับกองทุนฯ เพื่อพัฒนาระบบโปรแกรมบ้านสร้างสุขชุมชน ในการจัดทำฐานข้อมูล เครือข่ายแรงงานก่อสร้างในจังหวัดสงขลา (๒) ขั้นเสริมสร้างสมรรถนะและทักษะวิชาชีพ (Capacity Building Workshop) (๒.๑) การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ (๔ รุ่น) : ดำเนินการอบรมรุ่นละ 2 วัน จำนวนผู้เข้าอบรม ๔๐ คน ต่อรุ่น ไม่รวมวิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง โดยมีเนื้อหาสำคัญดังนี้ : วันที่ ๑ : ปรับฐานแนวคิดในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยกลุ่มเปราะบางโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน,Workshop กลยุทธ์การระดมทรัพยากรในท้องถิ่น (การสร้างธนาคารวัสดุ) และฝึกปฏิบัติการเขียนแบบแปลน/ประมาณการราคา (BOQ)
วันที่ ๒ : การประเมินความจำเป็นทางการแพทย์ (ADL), ข้อกฎหมาย/ระเบียบกองทุนฯ พ.ศ. 2567 และเทคนิคการออกแบบอารยสถาปัตย์ (Universal Design) (๒.๒) การจัดตั้งทีมบริหารจัดการชุมชนต้นแบบ : คัดเลือกและขึ้นทะเบียนช่างอาสาที่ผ่านการอบรมเพื่อเป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วในการปรับปรุงจุดเสี่ยงภายในบ้าน (๓) ขั้นการขับเคลื่อนกลไก “บ้านสร้างสุขคนละไม้คนละมือ” (Community Implementation) การระดมทรัพยากรพื้นที่ บุคลากร,วัสดุ อุปกรณ์,ทุน,การจัดการ โดยมีการสนับสนุน จากภาครัฐ และเครือข่ายนอกพื้นที่ :
- ด้านบุคลากร รวบรวมบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถในแต่ละสาขาอาชีพจากพื้นที่ - ด้านวัสดุ : จัดตั้ง “ธนาคารวัสดุแบ่งปัน” โดยรับบริจาควัสดุเหลือใช้จากการก่อสร้าง ในชุมชน หรือขอรับการสนับสนุนจากร้านค้าวัสดุหรือ CSR ที่เป็นหุ้นส่วน - ด้านแรงงาน : ใช้พลังช่างชุมชนจิตอาสาและคนในชุมชนร่วมแรงร่วมใจในการซ่อมแซม
อส.,นปค.,ตำรวจอาสา,หรือสถาบันอาชีวะ โดยลดต้นทุนค่าแรงงานจากโครงการ - ด้านการระดมทุน : ดำเนินการระดมทรัพยากรทางการเงินจากหลากหลายแหล่ง
โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชน ภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการจัดกิจกรรมหารายได้และการระดมทุนผ่านช่องทางออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องและเพียงพอ - ด้านการบริหารจัดการ : จัดตั้งคณะทำงานในระดับชุมชนเพื่อวางแผน ดำเนินงาน และกำกับติดตาม โดยยึดหลักการมีส่วนร่วม โปร่งใส ตรวจสอบได้ มีการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และรายงานผลการดำเนินงานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของโครงการ - การปรับปรุงบ้านต้นแบบ : ดำเนินการปรับสภาพบ้านที่อยู่อาศัยในพื้นที่อำเภอละอย่างน้อย 1 หลัง เพื่อเป็นตัวอย่างการจัดการที่ใช้ต้นทุนทางสังคมเป็นตัวนำ(๔) ขั้นการขยายผลและสร้างความยั่งยืน (Scale-up & Sustainability) - การถอดบทเรียน : รวบรวมข้อมูลโมเดลการพึ่งตนเองจากพื้นที่ที่ประสบความสำเร็จ
เพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนฯ และใช้เป็นแนวทางปฏิบัติ (Best Practice) ของจังหวัดสงขลา - การเชิดชูเกียรติหุ้นส่วน : มอบเกียรติบัตรหรือป้าย “หุ้นส่วนบ้านสร้างสุข” ให้แก่ร้านค้าและจิตอาสา เพื่อสร้างแรงจูงใจในการรักษาเครือข่ายการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง นำสู่เป้าหมายการทำ MOU ร่วมกัน17 เมษายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569193200 บาท
(๑) ประชาชนกลุ่มเป้าหมายเข้าถึงความช่วยเหลือได้รวดเร็วและทั่วถึงมากขึ้น : ลดระยะเวลาการรอคอยงบประมาณจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว เนื่องจากมีกลไกชุมชนที่สามารถจัดการซ่อมแซมจุดเสี่ยงภัยในบ้านได้ทันทีด้วยทรัพยากรท้องถิ่น ช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนและลดอัตราการเสียชีวิต
จากภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีนัยสำคัญ
(๒) ท้องถิ่นมี กองกำลังจิตอาสา ที่มีความเชี่ยวชาญ : ประชาชนในเขต อปท. จะมีแกนนำและช่างชุมชนที่ผ่านการอบรมมาตรฐานอารยสถาปัตย์ (Universal Design) ซึ่งเป็นทุนทางมนุษย์ที่สำคัญ
ในการดูแลและที่ปรึกษาเรื่องที่อยู่อาศัยให้กับคนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
(๓) ลดภาระทางการเงินของประชาชนและภาครัฐ : การปรับปรุงบ้านเชิงป้องกันช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลรายบุคคล และช่วยประหยัดงบประมาณภาพรวมของกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสงขลา โดยการใช้เงินงบประมาณเพียงส่วนน้อย (Seed Money) เพื่อดึงทรัพยากรจากภาคเอกชนและชุมชนมาสมทบ (Matching Fund/Resources)
(๔) เกิดระบบนิเวศการเกื้อกูลและชุมชนเข้มแข็ง : สร้างวัฒนธรรมการมีส่วนร่วม คนละไม้คนละมือ ในท้องถิ่น ทำให้เกิดความสมัครสมานสามัคคี ประชาชนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน (Sense of Ownership) ในการดูแลคุณภาพชีวิตของคนพิการและผู้สูงอายุในหมู่บ้านของตนเอง
(๕) ประชาชนมีความรู้และทักษะในการพึ่งพาตนเอง : ครอบครัวที่มีคนพิการหรือผู้สูงอายุจะได้รับความรู้ในการจัดสภาพบ้านเบื้องต้นด้วยวัสดุที่มีในครัวเรือน ทำให้สามารถดูแลสมรรถภาพร่างกายของสมาชิกในบ้านได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @23 ก.ค. 2569 | กองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดสงขลา |
