โครงการคัดกรองสายตา และตัดแว่นตาให้นักเรียนในจังหวัดนราธิวาส การมองเห็นที่สดใส สมองสดใส สำหรับเด็กนรา (Clearer Sight Bright Brain for Nara Kids)
-
ซุลกีฟลี วาเซ็ง
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีคัดกรองพบภาวะสายตาสั้นและเอียง40
ดวงตาและการมองเห็นคือรากฐานสำคัญต่อการพัฒนาสติปัญญา การเรียนรู้ และการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเด็กวัยเรียน ที่ผ่านมาจังหวัดนราธิวาสได้ขับเคลื่อนนวัตกรรมการดูแลสุขภาพสายตาเชิงรุกผ่านระบบฐานข้อมูลดิจิทัล “Vision for NARA Kids” ทำให้มีระบบติดตามปัญหาสายตาของเด็กนักเรียนที่เป็นระบบ จากการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงสถิติล่าสุดที่ครอบคลุมโรงเรียนภาคีเครือข่ายจำนวน 257 แห่ง พบสถานการณ์ที่น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง โดยจากการตรวจคัดกรองเด็กนักเรียนสะสมจำนวน 3,678 คน พบว่ามีเด็กนักเรียนที่มีภาวะสายตาผิดปกติและจำเป็นต้องได้รับการแก้ไขสูงถึง 1,632 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 45 ของเด็กที่ได้รับการตรวจทั้งหมด ซึ่งตัวเลขดังกล่าวยังไม่นับรวมกลุ่มเด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลที่อาจยังตกหล่นจากการคัดกรอง เด็กนักเรียนที่มีปัญหาสายตาร้อยละ 45 นั้น ส่วนใหญ่ไม่เคยรู้ตัวมาก่อนว่าตนเองมีความผิดปกติทางสายตา เนื่องจากเข้าใจว่าภาพที่มองเห็นพร่ามัวคือภาพปกติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้ชีวิตและการศึกษา เด็กที่มองไม่ชัดจะมีปัญหาในการมองและอ่านตัวหนังสือบนกระดานหน้าชั้นเรียน ส่งผลให้เรียนไม่ทันเพื่อน ขาดสมาธิและความจดจ่อในการเรียน และอาจมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง ที่สำคัญที่สุดคือ หากความผิดปกติของสายตานี้ไม่ได้รับการแก้ไขด้วยแว่นสายตาที่ถูกต้องก่อนเด็กอายุ 8–10 ปี สมองส่วนรับภาพจะไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างสมบูรณ์ นำไปสู่ ภาวะตาขี้เกียจ ซึ่งส่งผลให้เกิดความบกพร่องทางสายตาอย่างถาวรโดยไม่สามารถรักษาให้กลับมาเป็นปกติได้เมื่อพ้นช่วงวัยดังกล่าว แม้ปัญหาสายตาจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเด็ก แต่ครอบครัวของเด็กนักเรียนบางส่วนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสยังคงมีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการเฉพาะทาง ทั้งในด้านค่าใช้จ่ายและการเดินทาง ครอบครัวจำนวนมากมีรายได้น้อย การแบกรับค่าใช้จ่ายในการตัดกรอบและเลนส์สายตาที่มีราคาสูงจึงเป็นอุปสรรคสำคัญ นอกจากนี้ สถานพยาบาลในพื้นที่ต่างอำเภอหรือพื้นที่ห่างไกลยังขาดแคลนจักษุแพทย์ นักทัศนมาตร และเครื่องมือตรวจวัดสายตาเฉพาะทาง การเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาลศูนย์หรือศูนย์จักษุในเมืองมีต้นทุนสูงและใช้เวลามาก ทำให้ปัญหาสายตาของเด็กมักถูกละเลย ส่งผลให้เด็กกลุ่มเสี่ยงตกหล่นจากระบบการดูแลรักษาสุขภาพสายตา จากสถานการณ์ ผลกระทบ และข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการดังกล่าว ชมรมนักทัศนมาตรจังหวัดชายแดนใต้ จึงเล็งเห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดทำ โครงการคัดกรองสายตาและตัดแว่นตาให้นักเรียนในจังหวัดนราธิวาส โดยมุ่งเน้นการปฏิบัติการเชิงรุก นำการตรวจวัดสายตาที่ได้มาตรฐานตามหลักทัศนมาตรศาสตร์และการจัดหาแว่นตาคุณภาพไปส่งมอบให้ถึงตัวเด็กในพื้นที่โดยตรง (ฟรี 100%) โครงการนี้ถือเป็นการผสานความร่วมมือระหว่างภาคสาธารณสุขและภาคการศึกษา เพื่ออุดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ลดภาระค่าใช้จ่ายและการเดินทางของครอบครัว ช่วยให้เด็กนักเรียนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน มีสมาธิในการเรียน ใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเต็มศักยภาพ และสกัดกั้นภาวะตาขี้เกียจได้อย่างทันท่วงที ซึ่งถือเป็นการลงทุนด้านสุขภาวะที่คุ้มค่า เพื่อรักษาโอกาสทางการศึกษาและเปลี่ยนอนาคตของเด็กในจังหวัดนราธิวาสอย่างยั่งยืน จึงสมควรอย่างยิ่งที่จะได้รับการพิจารณาสนับสนุนงบประมาณเพื่อดำเนินโครงการให้สำเร็จลุล่วงสืบไป
-
เพื่อลดภาวะสายตาสั้นและเอียงของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ลง40
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีคัดกรองพบภาวะสายตาสั้นและเอียง
- เพื่อตรวจคัดกรองสุขภาพสายตาและการมองเห็นเบื้องต้นให้แก่เด็กนักเรียนช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาสอย่างครอบคลุมและเป็นระบบ
- เพื่อส่งต่อเด็กนักเรียนที่ตรวจพบภาวะสายตาผิดปกติเข้าสู่กระบวนการตรวจวินิจฉัยยืนยันโดยละเอียดจากนักทัศนมาตร และจักษุแพทย์
- เพื่อสนับสนุนและส่งมอบแว่นสายตาที่ได้มาตรฐานให้แก่เด็กนักเรียนที่มีปัญหาสายตาผิดปกติ
- เพื่อพัฒนาระบบฐานข้อมูลสุขภาพสายตาดิจิตอล Vision for Nara Kids ให้เป็นเครื่องมือบริหารจัดการข้อมูลข้อมูลสุขภาพสายตาอย่างมีประสิทธิภาพ
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน3000
-
กลุ่มวัยทำงาน30
ผู้เข้าร่วมแผนงานหรือโครงการหรือกิจกรรม จำนวนทั้งสิ้น 3,030 คน 1. กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 3,000 คน ได้แก่ 1.1 จำนวนเด็กนักเรียนช่วงชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส จำนวน 3,000 คน 2. ผู้ดำเนินงาน จำนวน 30 คน ได้แก่ 2.1 ทีมนักทัศนมาตร จำนวน 10 คน 2.2 ทีมเจ้าหน้าที่ อบจ.นราธิวาส จำนวน 5 คน 2.3 ทีมเจ้าหน้าที่ รพ.สต. จังหวัดนราธิวาส จำนวน 15 คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. การอบรมออนไลน์ครูอนามัยโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ รพ.สต.เพื่อฝึกการตรวจคัดกรองสายตาด้วย snellen chart การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรม Vision for NARA Kids เพื่อรายงานผลแบบ Real-time
ประชุมออนไลน์ผ่านระบบ Line Meeting ครูอนามัยโรงเรียนในจังหวัดนราธิวาสและเจ้าหน้าที่ รพ.สต.เพื่อ ฝึกการตรวจคัดกรองสายตาในช่วงเปิดเทอม มีครูและรพ.สต.แห่งละ 1 คน เข้าร่วมการอบรม เป็นเวลา 2 ชั่วโมง กิจกรรม ประกอบด้วย บรรยาย เรื่องดวงตาของนักเรียน โดยจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร จำนวน 1.30
ชม. การแจ้งขั้นตอนการทำโครงการและการบันทึกค่าสายตา จำนวน 30 นาที การตรวจคัดกรองสายตาโดย ใช้ snellen chart หรือ e-chart และการบันทึกค่าสายตา การแบ่งกลุ่มฝึกปฏิบัติการตรวจคัดกรองสายตา14 สิงหาคม 2569 ถึง 14 สิงหาคม 25691.ครูอนามัยมีความรู้และสามารถคัดกรองสายตาเบื้องต้นนักเรียนในพื้นที่ด้วย snellen chart
2.ครูอนามัยและ จนท.รพ.สต.ทราบขั้นตอนการคัดกรองสายตาและแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่
3.ครูอนามัยและ จนท.รพ.สต.ทราบขั้นตอนการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบโปรแกรม Vision for NARA Kids
งบประมาณกิจกรรมหลัก ไม่มีค่าใช้จ่าย0 บาท -
การตรวจคัดกรองสายตาเบื้องต้นโดยครูอนามัยโรงเรียนและเจ้าหน้าที่ รพ.สต. รายละเอียดกิจกรรมหลัก
ครูอนามัย และ จนท.รพ.สต.ท ากิจกรรมประเมินและคัดกรองสายตานักเรียนในโรงเรียนของแต่ละพื้นที่ด้วย
snellen chart พร้อมบันทึกผลการคัดกรองในโปรแกรม ระยะเวลาดำเนินการ 45 วัน
ค่าใช้จ่าย ไม่มี1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 25691.นักเรียนอายุ 6-15 ปี ได้รับการตรวจคัดกรองสายตาเบื้องต้นด้วย snellen chart ร้อยละ 50% ของนักเรียนทั้งหมด 2.มีข้อมูลนักเรียนที่สงสัยรายตาผิดปกติ
0 บาท -
การลงตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยมีปัญหาสายตาด้วย auto-refraction กับนักทัศนมาตร และตรวจด้วยจักษุแพทย์ รายอำเภอ จำนวน 15 ครั้ง
1.ประสานจุดที่จะลงพื้นที่ตรวจยืนยันสายตานักเรียน
2. สื่อสารตารางลงตรวจยืนยันผ่านไลน์กลุ่ม
3.ลงตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยมีความผิดปกติ
ค่านักทัศนมาตรร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ลงพื้นที่คัดกรองสายตานักเรียน 12 อำเภอในจังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจยืนยันสายตานักเรียนที่สงสัยมีปัญหาสายตาด้วย Auto refraction และตัดแว่นสายตาให้นักเรียน สำหรับนักเรียนที่มีโรคทางตาจะส่งต่อให้จักษุแพทย์รักษาต่อไป ค่าใช้จ่าย
1.1 ค่าอาหารกลางวันเจ้าหน้าที่และนักทศนมาตร จำนวน 30 คน x 80 บาท X 15 ครั้ง เป็นเงิน 36,000 บาท
1.2 ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มเจ้าหน้าที่และนักทศนมาตร จำนวน 30 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 15 ครั้ง เป็นเงิน 31,500 บาท9 พฤศจิกายน 2569 ถึง 27 พฤศจิกายน 25691.นักเรียนที่สงสัยมีความผิดปกติทางสายตาได้รับการตรวจยืนยันด้วยเครื่อง auto-refraction กับนัก ทัศนมาตรและตรวจด้วยจักษุแพทย์
67500 บาท -
ตัดแว่นตาและมอบแว่นตาให้นักเรียนที่มีความผิดปกติทางสายตา
ตัดแว่นตาให้นักเรียนที่มีปัญหาสายตา จัดกิจกรรมมอบแว่นตา ค่าใช้จ่าย 1.ค่าแว่นตา 800 บาท x 1000 คน เป็นเงิน 800,000 บาท
27 พฤศจิกายน 2569 ถึง 25 มกราคม 2570สามารถตัดและส่งมอบแว่นตาให้นักเรียนที่มีปัญหาสายตา ร้อยละ 100
800000 บาท
- เด็กนักเรียนได้รับการตรวจคัดกรองในโรงเรียน และได้รับการประเมินแก้ไขปัญหาทางด้านสายตา
โดยนักทัศนมาตร จักษุแพทย์หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ประจำวันได้อย่างปกติสุข
- เด็กนักเรียนที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับสายตา มีและนำแว่นสายตาไปใช้ในการเรียน และดำรงชีวิต
- เด็กที่ได้รับแว่นสายตามีสมาธิและการรับรู้ข้อมูลในชั้นเรียนดีขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์
ทางการเรียน (Academic Achievement) และความมั่นใจในการเข้าสังคม
- ลดภาระทางเศรษฐกิจแก่ผู้ปกครอง ทั้งค่าอุปกรณ์แว่นสายตาที่มีคุณภาพมาตรฐาน และค่าใช้จ่าย
ทางอ้อม (Indirect Cost) เช่น ค่าเดินทางและค่าเสียเวลาในการพาบุคลเข้ามารับบริการใน
โรงพยาบาลส่วนกลาง - ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลและกลุ่มเปราะบางได้รับบริการสาธารณสุขมาตรฐานเดียวกับเขตเมือง
ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำเชิงพื้นที่ตามเจตนารมณ์ของกองทุนหลักประกันสุขภาพระดับท้องถิ่น
