โครงการพัฒนาระบบศูนย์ยืม–คืน ปันสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล
-
ร้อยละของคนพิการที่ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
-
ร้อยละของผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในชุมชนได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพภายในระยะเวลา 6 เดือน
-
จำนวนศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการหรือศูนย์ชื่ออื่นจัดตั้งขึ้นในชุมชน
ปัจจุบันปัญหาสุขภาพของประชากรในประเทศไทยเปลี่ยนจากโรคติดต่อเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งเป็นผลจากการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชนในสังคมไทย ประกอบกับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และมักตามมาด้วยโรคหลอดเลือดสมอง อาการอัมพฤกษ์และอัมพาต ทำให้มีความพิการตามมา
ข้อมูลจากผู้รับผิดชอบงานคนพิการและผู้สูงอายุของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล จำนวน 130 แห่ง ในพื้นที่จังหวัดปัตตานี รวบรวมโดยงานกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดปัตตานี ณ วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 พบว่า จังหวัดปัตตานี มีผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 88,829 ราย เป็นผู้สูงอายุที่ติดบ้าน จำนวน 1,723 ราย ติดเตียง จำนวน 823 ราย ( ร้อยละ 1.94 , 0.92 ตามลำดับ) และจังหวัดปัตตานีมีคนพิการ จำนวนทั้งสิ้น 23,404 ราย โดยมีความพิการทางการเคลื่อนไหว จำนวน 11,912 ราย ร้อยละ 50.89 ของผู้พิการทั้งหมด (กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ, 2569) และอำเภอเมืองปัตตานี มีผู้สูงอายุ จำนวนทั้งสิ้น 16,989 ราย ผู้สูงอายุที่ติดบ้าน จำนวน 221 ราย ติดเตียง จำนวน 122 ราย (ร้อยละ 1.30 , 0.72 ตามลำดับ) คนพิการ จำนวน 3,578 ราย โดยมีความพิการทางการเคลื่อนไหว จำนวน 1,446 ราย (ร้อยละ 40.41) ซึ่งกลุ่มผู้มีภาวะเหล่านี้ มีความยากลำบากในการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ขณะเดียวกันก็มีปัญหาในการดำรงชีวิตทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และสังคม ดังนั้นจึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบบริการการดูแลสุขภาพต่อเนื่องในระยะยาวโดยเฉพาะการเข้าถึงบริการด้านกายอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ เนื่องจากมีต้นทุนสูงในการเข้าถึงบริการและความยุ่งยากที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง โดยเฉพาะในเขตชนบทที่ไม่มียานพาหนะของตนเอง หรือแม้แต่ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในบางอำเภอ ก็ยังเข้าถึงบริการได้น้อย ปัญหาสำคัญจากการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะพึ่งพิงและดูแลต่อเนื่องที่บ้านที่เกี่ยวกับกายอุปกรณ์และเครื่องช่วยความพิการ ซึ่งสาเหตุปัจจัยความเจริญทางด้านการแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยภาวะวิกฤติมีชีวิตรอดเพิ่มขึ้น และกลายเป็นผู้ป่วยภาวะพึ่งพิงมากขึ้น นอกจากนี้ระบบบริการปฐมภูมิที่มีข้อจำกัดด้านบุคลากร ทั้งในเชิงปริมาณและคุณภาพ ทำให้มีปัญหาด้านอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ เมื่อกลับไปดูแลต่อเนื่องที่บ้าน รวมทั้งขาดการเชื่อมโยงข้อมูลในการดูแลต่อเนื่อง
จากข้อมูลของงานกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดปัตตานี พบว่า จำนวนผู้ป่วย ผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่อำเภอเมืองปัตตานี มีจำนวน 338 คน พิการด้านการเคลื่อนไหว 331 คน (ร้อยละ 89) พิการด้านสติปัญญา 5 คน (ร้อยละ 1.5) และพิการด้านการมองเห็น 2 คน (ร้อยละ 0.5) ผู้ป่วยกลุ่มนี้บางรายได้เข้าถึงบริการด้านกายอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการแล้ว แต่ยังมีบางกลุ่มที่ได้ยื่นความประสงค์ยืมแต่ยังไม่ได้รับอุปกรณ์ จากการสำรวจในชุมชนและอำเภอเมือง พบว่า ความต้องการใช้อุปกรณ์ 81ราย.จำนวน 91ชิ้น. เช่น เตียง เครื่องผลิตออกซิเจน เป็นต้น.สาเหตุเนื่องจากอุปกรณ์ เช่น เตียง เครื่องผลิตออกซิเจน มีการครอบครองเป็นระยะเวลานาน บางชนิดมีความจำเป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น เช่น ผู้ป่วยที่ฟื้นตัวแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องใช้เตียง รถเข็น หรือเครื่องช่วยเดินต่อไป ดังนั้นการจัดระบบ ยืม–คืน จะช่วยให้เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจสถานะของรายได้ เช่นครอบครัวมีภาระค่าใช้จ่ายสูงอุปกรณ์บางประเภทมีราคาสูง หากครอบครัวต้องจัดซื้อเองจะเป็นภาระ โดยเฉพาะครัวเรือนเปราะบาง ผลกระทบทางสุขภาพ อาจเกิดแผลกดทับได้ในรายที่ได้รับอุปกรณ์ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับอุปกรณ์เครื่องช่วยความพิการ แต่เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่มีราคาแพง และยังไม่เพียงพอกับความต้องการ ซึ่งต้องรอการหมุนเวียนอุปกรณ์จากกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดปัตตานี ซึ่งต้องใช้เวลานานพอสมควร โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล ได้เล็งเห็นความสำคัญของการมีอุปกรณ์ที่เพียงพอ รวมทั้งระบบจัดการอุปกรณ์ครบวงจร ตั้งแต่การสำรวจความต้องการ การประเมินความจำเป็น การจัดหา →การยืม การติดตาม การคืน การตรวจสอบ การซ่อมบำรุง และการส่งต่อรายถัดไป
ดังนั้นทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแลจึงจัดทำโครงการพัฒนาระบบศูนย์ยืม–คืน ปันสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแล เพื่อขอรับงบประมาณสนับสนุนจากกองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดปัตตานี ในการจัดซื้ออุปกรณ์และพัฒนาระบบศูนย์ยืม–คืน ปันสุข เพื่อให้ผู้ป่วยผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่อยู่ในระยะที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูสมรรถภาพสามารถเข้าถึงบริการ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
-
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพที่จำเป็นสำหรับผู้ป่วย ผู้สูงอายุ คนพิการ และประชาชนกลุ่มเปราะบางในพื้นที่รับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลรูสะมิแลและอำเภอเมืองปัตตานี
-
เพื่อพัฒนาระบบศูนย์ยืม–คืน ปันสุข ตั้งแต่การสำรวจและประเมินความจำเป็น การจัดหา การให้ยืม การติดตาม การรับคืน การตรวจสอบ และการส่งต่ออุปกรณ์อย่างเป็นระบบ
-
.เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัว ชุมชน บุคลากรสุขภาพ และภาคีเครือข่ายในการดูแลและบริหารจัดการอุปกรณ์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ลดภาระค่าใช้จ่าย และส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้รับบริการ
-
กลุ่มผู้รับบริการ ได้แก่ ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง, ผู้ป่วยอัมพฤกษ์/อัมพาต, ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง, ผู้ป่วย IMC, ผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัดด้านการเคลื่อนไหว, ผู้พิการ, ผู้ป่วยที่ต้องใช้ออกซิเจน, ผู้ป่วยระยะฟื้นฟู และครอบครัวที่มีข้อจำกัดทางเศรษฐกิจ ที่มีภูมิลำเนาในตำบลรูสะมิแล และอำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี338
-
กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาระบบ ได้แก่ บุคลากร รพ.สต., อสม., ผู้ดูแลผู้ป่วย, ผู้นำชุมชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ ภาคีเครือข่ายสุขภาพ ทั้งหมด 12 ตำบล413
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ขั้นเตรียมการ
- จัดทำโครงการ และขออนุมัติโครงการเพื่อดำเนินงาน
- ประชุมคณะทำงานและกำหนดระบบศูนย์ยืม–คืน 3.สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลผู้ป่วยและความต้องการใช้อุปกรณ์
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569ประชุมคณะทำงานและกำหนดระบบศูนย์ยืม–คืน
0 บาท -
สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลผู้ป่วยและความต้องการใช้อุปกรณ์
สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลผู้ป่วยและความต้องการใช้อุปกรณ์
1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 25690 บาท -
จัดซื้ออุปกรณ์ตามความจำเป็น 12 รายการ
- แต่งตั้งคณะกรรมการกำหนดขอบเขตงาน (TOR)
- ดำเนินการจัดซื้อและลงนามในสัญญา
- วางฎีกา
- เบิกจ่ายเงิน
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 25691.เครื่องช่วยเดิน ชนิด 4 ขา (จำนวน 12 ตัว x ชิ้นละ 700 บาท) 2.เครื่องผลิตออกซิเจน ขนาด 5 ลิตร (จำนวน 5 ตัว x ชิ้นละ 25,000 บาท) 3.เครื่องผลิตออกซิเจน 10 ลิตร (จำนวน 8 ตัว x ชิ้นละ 40,000 บาท) 4.เตียงผู้ป่วย ชนิดสองไกร์ ราวสไลด์ พร้อมเบาะและเสาน้ำเกลือ
(จำนวน 12 เตียง.. x ชิ้นละ 22,000 บาท) 5.เครื่องดูดเสมหะ (จำนวน 10 ตัว x ชิ้นละ 11,800 บาท) 6.ถัง ออกซิเจน ขนาด 2 คิว พร้อมหัวเกย์ และรถเข็น สำหรับบรรจุ ก๊าซออกซิเจน พร้อมชุดปรับอัตราการไหลของออกซิเจน และรถเข็น (จำนวน 6 ตัว x ชิ้นละ 3,150 บาท) 7.ถัง ออกซิเจน ขนาด 6 คิว พร้อมหัวเกย์ และรถเข็น สำหรับบรรจุ ก๊าซออกซิเจน พร้อมชุดปรับอัตราการไหลของออกซิเจน และรถเข็น (จำนวน 6 ตัว x ชิ้นละ 5,600 บาท) 8.รถนั่งคนพิการชนิดพับได้ทำด้วยโลหะแบบปรับไม่ได้
(จำนวน 10 ตัว x ชิ้นละ 4,400 บาท) 9.เบาะลมสำหรับผู้ป่วยอัมพาต (จำนวน 10 ตัว x ชิ้นละ 3,800 บาท) 10.รถเข็นนั่งถ่าย (จำนวน 6 ตัว x ชิ้นละ 1,750 บาท) 11.ไม้เท้าขาเดียว (จำนวน 12 ตัว x ชิ้นละ 250 บาท) 12.ไม้เท้า 3 ขา (จำนวน 12 ตัว x ชิ้นละ 600 บาท)990600 บาท -
จัดทำทะเบียนและระบบบริหารจัดการอุปกรณ์
จัดทำทะเบียนอุปกรณ์ทุกชิ้น ดังนี้ 4.1ข้อมูล ชื่ออุปกรณ์ 4.2รหัสอุปกรณ์ เช่น PS-001 4.3ประเภทของอุปกรณ์เช่นเตียง/รถเข็น/ออกซิเจน 4.4 วันที่จัดซื้อ เช่น วัน/เดือน/ปี 4.5 ชื่อผู้ยืม/ชื่อผู้รับบริการ 4.6 วันที่ยืม 4.7 วันที่เริ่มใช้ 4.8 วันที่ติดตาม/ รอบติดตาม 4.9 สถานะ เช่น ยืม/คืน/ซ่อม 4.10 วันที่ส่งคืนและ ผลการตรวจสอบ พร้อมใช้/ซ่อม 4.11ติด QR Code ที่อุปกรณ์แต่ละชิ้น เพื่อช่วยติดตามสถานะและลดการสูญหาย
1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 25690 บาท -
ประเมินและส่งมอบอุปกรณ์ให้ผู้รับบริการ
ประเมินและส่งมอบอุปกรณ์ให้ผู้รับบริการ โดยมีเกณฑ์ดังนี้ ระดับ 1 เร่งด่วน ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ทันที ระดับ 2 จำเป็น มีความจำเป็นแต่สามารถรอได้ระยะหนึ่ง ระดับ 3 สนับสนุน ใช้เพื่อการฟื้นฟูหรือเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยทีมสุขภาพเป็นผู้ประเมินและจัดลำดับ
1 ธันวาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25700 บาท -
ติดตามการใช้งานและเยี่ยมบ้าน
ติดตามการใช้งานและเยี่ยมบ้าน ดังนี้ 1.ติดตามครั้งแรกภายในระยะเวลาที่กำหนด 2.ติดตามตามความเหมาะสมของอุปกรณ์ 3.ประเมินการใช้งาน ประเมินความปลอดภัย เมื่อหมดความจำเป็น
1 ธันวาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25700 บาท -
รับคืน ตรวจสอบ ซ่อมบำรุง และส่งต่อ
ประสานรับคืนโดยการ ตรวจสอบสภาพ/ทำความสะอาด/ซ่อมแซมและ นำกลับเข้าสู่ระบบ
1 ธันวาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25700 บาท -
สรุปผลและถอดบทเรียนการดำเนินงาน1 มีนาคม 2570 ถึง 31 มีนาคม 25700 บาท
990,600. บาท
1.ประชาชนที่มีความจำเป็นสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างเหมาะสม 2.ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีความสามารถในการดำรงชีวิตและดูแลสุขภาพดีขึ้น 3.ครอบครัวลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์ 4.เกิดระบบยืม–คืนที่มีทะเบียนและผู้รับผิดชอบชัดเจน 5.อุปกรณ์สามารถหมุนเวียนกลับมาใช้ประโยชน์กับผู้ป่วยรายใหม่ 6.เกิดการมีส่วนร่วมของชุมชนและภาคีเครือข่ายรพ.สต.รูสะมิแลมีต้นแบบระบบ “อุปกรณ์ปันสุข” ที่สามารถพัฒนาต่อเนื่องได้
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.docx) @13 ส.ค. 2569 | saradoloh_2529 |
