โครงการผลิตที่นอนลมและเบาะรองนั่งเพื่อคนพิการ ผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ระยะที่ 3
-
นางสาวกัญนภัส จันทร์ทอง
-
ร้อยละของคนพิการที่ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
ข้อมูลจากรายงานสถิติจังหวัดสงขลา ประชากรจังหวัดสงขลาในปี 2568 มีจำนวนประมาณ 1.43 ล้านคน มีสัดส่วนผู้สูงอายุในจังหวัดประมาณร้อยละ 17.4 ของจำนวนประชากรหรือประมาณ 255,984 คน ซึ่งถือว่าเป็นจังหวัดแห่ง “สังคมสูงวัย” (Aged society) อย่างแท้จริง จำนวนคนพิการที่ขึ้นทะเบียน จำนวน 28,887 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพิการทางการเคลื่อนไหว ในขณะที่ผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤต/ผู้ป่วยติดเตียง คาดการณ์ว่ามีอยู่ประมาณ 14,000 คน หรือประมาณ 1-3% ของประชากรทั้งหมด ส่วนใหญ่อยู่แบบผู้ป่วยระยะยาว (Long Term Care) ผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง (Dependent) กลุ่มนี้รวมผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการรุนแรง และผู้ป่วยเรื้อรัง ในระบบ LTC (Long Term Care) ของไทยโดยเฉลี่ยประมาณ 10-15% ของผู้สูงอายุ ในจังหวัดสงขลาจะผู้มีภาวะพึ่งพิงประมาณ 25,000 คน ซึ่งบุคคลที่มีสภาวะเหล่านี้ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาเตียงนอนจากทางโรงพยาบาลและใช้ที่นอนลมเพื่อลดการเกิดแผลกดทับ
สมาคมอาสาสร้างสุขจังหวัดสงขลาร่วมกับกองทุนฟื้นฟูสมรรถภาพจังหวัดสงขลา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พัฒนานวัตกรรมที่นอนลมป้องกันแผลกดทับซึ่งประดิษฐ์จากถุงน้ำยาล้างไต มาประยุกต์และผลิตใช้ในจังหวัดสงขลา เนื่องจากผู้ป่วยติดเตียงในจังหวัดสงขลาส่วนใหญ่ยังไม่สามารถเข้าถึงกายอุปกรณ์เบาะลมที่มีคุณภาพเพื่อลดการเกิดแผลกดทับได้อย่างทั่วถึงจากราคาเบาะลมที่ค่อนข้างสูง โดยกระบวนการพัฒนานวัตกรรมเบาะลมที่ผ่านมา มีการนำไปวิจัยทดลอง “ผลของที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต ต่อการป้องกันการเกิดแผลกดทับในผู้สูงอายุติดเตียง” โดย อาจารย์เทอดขวัญ ปลูกวงษ์ชื่น สาขาวิชากายภาพบำบัด คณะแพทยศาสตร์ โดยการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทดสอบประสิทธิภาพและประสิทธิผลของที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตต่อการป้องกันแผลกดทับและศึกษาความสัมพันธ์คะแนนบราเดนกับปัจจัยการพัฒนาของแผลกดทับ (อายุ,เพศ และระดับการรู้สึกตัว) ในผู้เข้าร่วม 13 ราย ซึ่งมีอายุระหว่าง
69 - 93 ปี ที่ผ่านการประเมินบราเดนและความสามารถในการดำเนินกิจวัตรประจำวันขั้นพื้นฐาน ผู้เข้าร่วมทั้ง 13 รายจะได้รับที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตไปใช้ที่บ้านเป็นระยะเวลา 1 เดือน หลังครบกำหนดจะมีการประเมินหลังการใช้นวัตกรรม โดยใช้แบบประเมิน Braden scale และแบบประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผล ผลการศึกษาพบว่าระดับความพึงพอใจของผู้ดูแลต่อประสิทธิภาพของที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต อยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด ระดับความพึงพอใจของผู้ดูแลและผู้ป่วยต่อประสิทธิผลของที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด คะแนนบราเดนกับปัจจัยการเกิดแผลกดทับ พบว่า มีแนวโน้มความสัมพันธ์เชิงบวกกับคะแนนบราเดน และการเปลี่ยนแปลงของแรงดันลมในระยะเวลา 1 เดือน มีการลดลงเล็กน้อย โดยสรุปแล้วผลการศึกษาชี้ให้เห็นว่าที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไตสามารถเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนต่ำในการป้องกันแผลกดทับ แต่ยังมีจุดที่ควรพัฒนาเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานในระยะยาว
จากการวิจัย พบปัญหาสำคัญ คือ การผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต มีการดำเนินงานได้ช้า เนื่องจากมีช่างที่ผลิตที่นอนมีจำนวนน้อยทำให้การเก็บข้อมูลเกิดความล่าช้า และการเคลื่อนย้ายที่นอนเพื่อนำให้กับผู้สูงอายุอาจทำได้ลำบาก เนื่องจากสถานที่ในการผลิตที่นอนจากถุงน้ำยาล้างไต จัดตั้งอยู่ที่ศูนย์ซ่อมวิทยาลัยการอาชีพนาทวี ซึ่งอยู่ไกลจากพื้นที่เก็บข้อมูล จึงทำให้มีความลำบากในการขนย้าย และยังให้ข้อเสนอแนะ / แนวทางในการพัฒนาโครงการในอนาคตว่าควรมีแผนในการเพิ่มศูนย์ในการผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต โดย อบจ.สงขลา และเพิ่มจำนวนช่างผลิตที่นอนจากถุงน้ำยาล้างไต โดยการจัดอบรมช่างในการผลิตที่นอนเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการขยายผลโครงการ สมาคมอาสาสร้างสุข จึงได้จัดทำจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตที่นอนลมเพื่อคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง “FIX FOR YOU SONGKHLA” เพื่อถ่ายทอดความรู้และวิธีการผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยางล้างไตไปยังศูนย์สร้างสุขชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สนใจนำไปผลิตเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในพื้นที่ของตนเอง และยังทำให้คนในพื้นที่สามารถเข้าถึงกายอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ราคาประหยัด ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
-
เพื่อเพิ่มคนพิการที่เข้าถึงกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
ร้อยละของคนพิการที่ได้รับกายอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต
3.1 เพื่อจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตที่นอนลมเพื่อคนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่พ้นระยะวิกฤตและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง “FIX FOR YOU SONGKHLA”
3.2 เพื่อขยายกำลังการผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต นำร่อง ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมในจังหวัดสงขลา
3.3 เพื่อให้คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลันและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในจังหวัดสงขลาสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ราคาประหยัด ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
-
กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ
- คนพิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะกึ่งเฉียบพลันและผู้ที่มีภาวะพึ่งพิงในจังหวัดสงขลาสามารถเข้าถึงอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ ราคาประหยัด ได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เปิดรับสมัครศูนย์สร้างสุขชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สนใจเป็นพื้นที่นำร่องในการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การผลิตที่นอนลมจากถุงน้ำยาล้างไต
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่นอนลม หลักสูตรการตัดเย็บที่นอนลม การตัดเย็บปลอกที่นอนลม และการผลิตที่นอนลมให้พื้นที่นำร่อง จำนวน 5 พื้นที่ กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มสตรีตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างฝีมือในชุมชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจในพื้นที่นำร่อง รวมถึงวิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 5 พื้นที่ พื้นที่ละ 20 คน ระยะเวลาอบรม 3 วัน
ถึง480000 บาท
การจัดอบรมเชิงปฏิบัติการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่นอนลม หลักสูตรการตัดเย็บที่นอนลม การตัดเย็บปลอกที่นอนลม และการผลิตที่นอนลมให้พื้นที่นำร่อง จำนวน 5 พื้นที่ กลุ่มเป้าหมายเป็นกลุ่มสตรีตัดเย็บเสื้อผ้า ช่างฝีมือในชุมชน ตลอดจนประชาชนที่สนใจในพื้นที่นำร่อง รวมถึงวิทยากรและเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง จำนวน 5 พื้นที่ พื้นที่ละ 20 คน ระยะเวลาอบรม 3 วัน
