tune

“พัฒนาระบบการให้บริการวัคซีนเชิงรุกจังหวัดปัตตานี ภายใต้ 7 Steps Vaccine Care Model

กองทุนหลักประกันสุขภาพจังหวัดปัตตานี
stars
1. ชื่อโครงการ/กิจกรรม
“พัฒนาระบบการให้บริการวัคซีนเชิงรุกจังหวัดปัตตานี ภายใต้ 7 Steps Vaccine Care Model
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี
จ.ปัตตานี
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
2. ความสอดคล้องกับแผนงาน
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
3. สถานการณ์
format_list_bulleted_add
สถานการณ์ปัญหา
  1. ร้อยละของเด็กเล็ก(0-3 ปี) ได้รับฉีดวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์
    27

     

  2. ร้อยละความครอบคลุมการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ของเด็กอายุ 0-5 ปีในจังหวัดปัตตานี
    11

     

  3. ร้อยละบริการวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี จังหวัดปัตตานี
    30

     

description
สถานการณ์ หลักการและเหตุผล หรือ ที่มาของการทำโครงการ เพิ่มเติม

วัคซีนเป็นมาตรการสำคัญในการป้องกันโรคติดต่อที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กอายุ 0–5 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันพื้นฐาน หากเด็กได้รับวัคซีนไม่ครบตามเกณฑ์ จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วย การเกิดภาวะแทรกซ้อน และการแพร่ระบาดของโรคในชุมชน เช่น โรคหัด ไอกรน คอตีบ และโรคติดต่ออื่น ๆ ที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพเด็ก ครอบครัว ระบบบริการสุขภาพ และความมั่นคงด้านสาธารณสุขของพื้นที่ สถานการณ์แนวโน้มย้อนหลังตั้งแต่ปี 2564–2569 ไตรมาส 2 พบว่า ความครอบคลุมวัคซีนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปี 2564 อยู่ที่ ร้อยละ 54.00 ลดลงเหลือ ร้อยละ 44.02 ในปี 2565 และ ร้อยละ 44.31 ในปี 2566 ต่อมาลดลงเป็น ร้อยละ 37.94 ในปี 2567 และ ร้อยละ 36.03 ในปี 2568 ขณะที่ปี 2569 ไตรมาส 2 อยู่ที่ ร้อยละ 34.02 ซึ่งแม้จะมีการเพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้า ร้อยละ 5.49 แต่โดยภาพรวมยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระดับประเทศที่ ร้อยละ 74.94 และต่ำกว่าค่าเฉลี่ยเขตสุขภาพที่ 12 ที่ ร้อยละ 60.66 อย่างชัดเจน ข้อมูลดังกล่าวสะท้อนว่า จังหวัดปัตตานียังมีช่องว่างด้านการได้รับวัคซีนในเด็กอายุครบ 1 ปีค่อนข้างมาก และอาจส่งผลต่อระดับภูมิคุ้มกันหมู่ของประชากรเด็กในพื้นที่ หากไม่เร่งดำเนินการ อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน เช่น หัด ไอกรน คอตีบ และโรคติดต่ออื่น ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความครอบคลุมต่ำต่อเนื่อง เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลรายอำเภอในไตรมาส 2 ปี 2569 พบว่า อำเภอที่มีความครอบคลุมสูงสุด ได้แก่ อำเภอแม่ลาน ร้อยละ 65.75 รองลงมาคือ อำเภอโคกโพธิ์ ร้อยละ 53.60 และ อำเภอเมืองปัตตานี ร้อยละ 50.32 อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีอำเภอใดที่บรรลุระดับความครอบคลุมที่ควรเป็นตามเกณฑ์เป้าหมายเชิงป้องกันโรค ในขณะเดียวกัน พบว่า มีหลายอำเภอที่มีความครอบคลุมต่ำกว่า ร้อยละ 30 ได้แก่ ทุ่งยางแดง ร้อยละ 11.30, สายบุรี ร้อยละ 22.30, กะพ้อ ร้อยละ 22.54, ยะหริ่ง ร้อยละ 24.56, ไม้แก่น ร้อยละ 25.40, มายอ ร้อยละ 25.51, ยะรัง ร้อยละ 27.27 และปะนาเระ ร้อยละ 28.02 ซึ่งควรจัดเป็นพื้นที่เร่งรัดระดับสูง หรือพื้นที่สีแดง ที่ต้องมีแผนติดตามเด็กตกหล่นเป็นรายคน รายบ้าน และรายเข็ม และเมื่อพิจารณาจำนวนกลุ่มเป้าหมาย พบว่า จังหวัดปัตตานีมีกลุ่มเป้าหมายเด็กอายุครบ 1 ปี จำนวน 2,731 คน แต่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์จำนวน 929 คน แสดงว่ายังมีเด็กจำนวนมากที่ต้องได้รับการติดตามให้ครบตามเกณฑ์ โดยอำเภอที่มีจำนวนเด็กค้างรับวัคซีนสูง เช่น เมืองปัตตานี หนองจิก โคกโพธิ์ ยะหริ่ง ยะรัง และมายอ
จังหวัดปัตตานียังมีการเกิดโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรคหัด ไอกรน และคอตีบ ซึ่งบางโรคมีภาวะแทรกซ้อนและการเสียชีวิตร่วมด้วย ข้อมูลสถานการณ์โรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน ระหว่างปี 2565–2568 พบว่า จังหวัดปัตตานียังมีโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ โรคไข้หัดและโรคไอกรน ซึ่งสะท้อนว่าในพื้นที่ยังมีเด็กบางส่วนที่ได้รับวัคซีนไม่ครบ ทำให้ภูมิคุ้มกันในชุมชนยังไม่เพียงพอ โรคไข้หัดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนในปี 2567 โดยพบผู้ป่วยสูงถึง 2,306 ราย จากเดิม ที่พบเพียงไม่กี่รายในปี 2565–2566 แม้ในปี 2568 จำนวนผู้ป่วยลดลงเหลือ 169 ราย แต่ยังถือว่ายังมีการระบาดต่อเนื่องในพื้นที่ ที่สำคัญ โรคไข้หัดไม่ใช่เพียงโรคผื่นไข้ธรรมดา เพราะในปี 2567 พบผู้ป่วยไข้หัดที่มีโรคแทรกซ้อนถึง 547 ราย และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ขณะที่ปี 2568 ยังพบผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนอีก 25 ราย แสดงให้เห็นว่า หากเด็กไม่ได้รับวัคซีนครบ อาจมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ สำหรับโรคคอตีบ แม้จำนวนผู้ป่วยจะไม่มาก แต่ยังพบผู้ป่วยต่อเนื่องในปี 2566–2568 และในปี 2567 มีผู้เสียชีวิต 1 ราย จึงเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นโรคที่มีความรุนแรงสูง แต่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีนนอกจากนี้ ยังพบโรคคางทูมในปี 2568 จำนวน 9 ราย และโรคไข้หัดเยอรมันในปี 2567 จำนวน 2 ราย แม้จำนวนผู้ป่วยไม่สูง แต่สะท้อนว่ายังจำเป็นต้องเฝ้าระวังโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลการสำรวจขององค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานี ในงบงบประมาณ 2568กลุ่มเป้าหมายเด็กอายุ 0–5 ปี เพื่อดำเนินการ Catch-up วัคซีน พบว่า จังหวัดปัตตานีมีกลุ่มเป้าหมายรวมประมาณ 41,025 คน โดยเมื่อจำแนกตามสถานะการยอมรับวัคซีน พบว่า กลุ่มที่ ยินยอมรับวัคซีน มีจำนวน 21,828 คน คิดเป็นร้อยละ 54.3 กลุ่มที่ ยังลังเล มีจำนวน 12,289 คน คิดเป็นร้อยละ 30.6 และกลุ่มที่ ปฏิเสธวัคซีน มีจำนวน 6,066 คน คิดเป็นร้อยละ 15.1 สาเหตุของการไม่ได้รับวัคซีน พบว่าสาเหตุสำคัญที่สุดคือ โดยสำรวจในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานอายุเป้าหมาย 1 ปี จำนวน 2,224 ราย คิดเป็นร้อยละ 53.6 รองลงมาคือ ผู้ปกครองไม่ยอมให้ฉีด จำนวน 612 ราย คิดเป็นร้อยละ 14.8 และกลุ่มที่ไม่มีเหตุผลชัดเจนหรือยังไม่ได้ระบุสาเหตุ จำนวน 520 ราย คิดเป็นร้อยละ 12.5 นอกจากนี้ยังพบกลุ่มที่ กลัวผลข้างเคียงของวัคซีน จำนวน 462 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.1 และกลุ่มที่ นัดแล้วไม่มาตามนัด จำนวน 235 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.7
สถานการณ์ในจังหวัดปัตตานีสะท้อนว่า ความครอบคลุมวัคซีนในเด็กยังอยู่ในระดับต่ำ และยังพบโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางโรคมีภาวะแทรกซ้อนและมีผู้เสียชีวิตร่วมด้วย จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการเชิงรุกทันที ซึ่ง ปัญหาไม่ได้อยู่เพียงการให้บริการในคลินิกวัคซีน แต่เป็นปัญหาเชิงระบบ ทั้งด้านความถูกต้องของทะเบียนเด็ก การเข้าถึงบริการของผู้ปกครอง ความลังเลต่อวัคซีน และ การติดตามเด็กตกหล่นที่ยังไม่ต่อเนื่อง ดังนั้น จังหวัดปัตตานีจำเป็นต้องปรับการทำงานจาก “รอรับบริการ” เป็น “การทำงานเชิงรุก” โดยใช้ข้อมูลรายบ้าน รายเข็ม และรายสาเหตุเป็นฐาน เพื่อให้รู้ว่าเด็กคนใดขาดวัคซีน ขาดเข็มใด อยู่ที่ไหน ขาดเพราะอะไร และใครรับผิดชอบติดตาม การวิเคราะห์ช่องว่างของกระบวนการดำเนินงาน 7 Steps Vaccine Care Model ตามบริบทจังหวัดปัตตานี จากสถานการณ์ความครอบคลุมวัคซีนของจังหวัดปัตตานี ปี 2569 ไตรมาส 2 ซึ่งอยู่ที่ร้อยละ 34.02 และยังมีหลายอำเภอที่มีความครอบคลุมต่ำกว่าร้อยละ 30 สะท้อนว่า แม้หน่วยบริการจะดำเนินงานตามกระบวนการ 7 Steps Vaccine Care Model แล้ว แต่การดำเนินงานในแต่ละขั้นตอนยังมีช่องว่างระหว่างสภาพที่เป็นอยู่กับผลลัพธ์ที่จังหวัดต้องการให้เกิดขึ้น ขั้นตอนที่ 1 Registry จังหวัดปัตตานีมีการจัดทำทะเบียนเด็กอายุ 0–5 ปีจากหลายระบบและหลายหน่วยงาน แต่ข้อมูลบางส่วนยังไม่ครบถ้วน ไม่เป็นปัจจุบัน หรือไม่ตรงกับที่อยู่อาศัยจริงของเด็ก โดยเฉพาะเด็กที่ย้ายเข้า–ย้ายออก เด็กที่รับบริการต่างพื้นที่ หรือเด็กที่มีข้อมูลอยู่มากกว่าหนึ่งหน่วยบริการ สภาพที่ควรเป็นคือ จังหวัดสามารถระบุเด็กเป้าหมายได้ครบทุกคน ทราบว่าเด็กอยู่ที่ใด อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยบริการใด และได้รับวัคซีนชนิดใดหรือขาดเข็มใด ดังนั้น ช่องว่างของขั้นตอน Registry คือ จังหวัดยังไม่สามารถยืนยันจำนวนและสถานะการได้รับวัคซีนของเด็กเป้าหมายได้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันในทุกพื้นที่ ขั้นตอนที่ 2 Gap Analysis การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับจังหวัดและอำเภอ จึงยังไม่เห็นรายละเอียดถึงระดับหน่วยบริการ หมู่บ้าน รายบุคคล และรายเข็ม ทำให้ไม่สามารถแยกได้ว่าปัญหาเกิดจากทะเบียนคลาดเคลื่อน การเข้าถึงบริการ การไม่มาตามนัด ความลังเล การปฏิเสธ หรือการติดตามไม่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ยังไม่สามารถระบุสาเหตุหลักได้อย่างชัดเจน ขั้นตอนที่ 3 Proactive Delivery หน่วยบริการในจังหวัดปัตตานีมีการจัดบริการวัคซีนทั้งในหน่วยบริการและเชิงรุกในชุมชนบางพื้นที่ แต่ยังพบเด็กจำนวนมากที่ไม่ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ แสดงว่ารูปแบบบริการที่ดำเนินการอยู่ยังไม่สามารถนำเด็กเป้าหมายเข้าสู่บริการได้ทั้งหมด เด็กควรสามารถเข้าถึงบริการได้ในวัน และสถานที่ที่สอดคล้องกับบริบทของครอบครัวและชุมชน ช่องว่างของขั้นตอนนี้คือ การจัดบริการเชิงรุกยังไม่ครอบคลุมเด็กเป้าหมาย หรือรูปแบบบริการยังไม่ตรงกับข้อจำกัดของผู้ปกครองในแต่ละพื้นที่ แม้จะมีการจัดกิจกรรมแล้ว แต่เด็กบางส่วนยังไม่ได้รับวัคซีนจริง ขั้นตอนที่ 4 Confidence Communication จังหวัดมีการสื่อสารเรื่องวัคซีนผ่านบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. แต่ยังพบผู้ปกครองจำนวนมากที่ลังเล ปฏิเสธ หรือกลัวผลข้างเคียงของวัคซีน ขณะเดียวกัน บาบอ โต๊ะครู อิหม่าม กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำชุมชน ซึ่งเป็นบุคคลที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความไว้วางใจ ยังไม่ได้เข้ามามีบทบาทอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง และผู้ปกครองได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากบุคคลที่เชื่อถือ สามารถสอบถามข้อกังวล และได้รับคำชี้แจงอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดข่าวลือหรือข้อมูลเท็จ ช่องว่างของขั้นตอนนี้จึงอยู่ที่การสื่อสารของระบบสาธารณสุขยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นและเปลี่ยนการตัดสินใจของผู้ปกครองให้เกิดการนำเด็กมารับวัคซีนได้อย่างชัดเจน ขั้นตอนที่ 5 Case Follow-up หน่วยบริการมีการนัดหมาย โทรติดตาม และเยี่ยมบ้านเด็กตกหล่น แต่ยังพบกลุ่มผู้ปกครองที่ยินยอมให้บุตรหลานรับวัคซีนแล้ว แต่เด็กยังไม่ได้เข้ารับบริการ รวมทั้งเด็ก ที่นัดแล้วไม่มาและเด็กที่ขาดวัคซีนบางเข็ม ซึ่งเด็กตกหล่นทุกคนมีผู้รับผิดชอบติดตาม มีข้อมูลผลการติดตามต่อเนื่อง และทราบสถานะสุดท้ายว่าได้รับวัคซีนแล้ว ย้ายออก หรือยังไม่ได้รับวัคซีนด้วยเหตุผลใด ยังขาดระบบการติดตามอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนที่ 6 AEFI Monitoring หน่วยบริการมีระบบให้คำแนะนำและเฝ้าระวังอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีนตามแนวทาง แต่ผู้ปกครองบางส่วนยังมีความกลัวผลข้างเคียง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของความลังเลและการไม่พาเด็กมารับวัคซีน สภาพที่ควรเป็นคือ ผู้ปกครองได้รับข้อมูลก่อนและหลังฉีดอย่างครบถ้วน มีความมั่นใจว่าจะได้รับการดูแลเมื่อเด็กมีอาการ และข้อมูลอาการหลังฉีดสามารถเชื่อมโยงกับการนัดรับวัคซีนเข็มต่อไป ช่องว่างของขั้นตอนนี้คือ ระบบเฝ้าระวัง AEFI แม้มีอยู่ในทางปฏิบัติ แต่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจแก่ผู้ปกครองได้อย่างเพียงพอ และข้อมูลหลังรับวัคซีนยังไม่เชื่อมต่อกับการติดตามเด็กอย่างเป็นระบบ ขั้นตอนที่ 7 Dashboard/War Room จังหวัดปัตตานีมีข้อมูลวัคซีนอยู่ในหลายหน่วยงาน ทั้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด รพ.สต. หน่วยบริการปฐมภูมิ และศูนย์แพทย์ แต่ข้อมูลยังแยกส่วน มีรูปแบบการบันทึกต่างกัน และอาจมีข้อมูลซ้ำหรือไม่ตรงกัน สภาพที่ควรเป็นคือ ทุกหน่วยงานสามารถใช้ข้อมูลชุดเดียวกันในการติดตามเด็กเป้าหมาย เด็กตกหล่น เข็มที่ขาด การนัดหมาย ผลการติดตาม และอาการภายหลังได้รับวัคซีนได้อย่างเป็นปัจจุบัน ช่องว่างของขั้นตอนนี้คือ Dashboard ยังไม่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลและสะท้อนสถานะการดำเนินงานจริงได้ครบถ้วน ขณะที่การประชุม War Room ยังอาจเห็นเพียงตัวเลขภาพรวม แต่ไม่สามารถติดตามความก้าวหน้าของเด็กแต่ละกลุ่มและแต่ละพื้นที่ได้อย่างชัดเจน การดำเนินงานวัคซีนจังหวัดปัตตานีไม่ได้เกิดจากการไม่มีแนวทางหรือไม่มีการดำเนินกิจกรรม แต่เกิดจากกระบวนการทั้ง 7 ขั้นตอนยังไม่เชื่อมโยงต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การมีทะเบียนที่ไม่สามารถยืนยันเด็กเป้าหมายได้ครบ การวิเคราะห์ที่ยังไม่ถึงรายบุคคล การจัดบริการที่ยังนำเด็กเข้าสู่ระบบไม่ได้ทั้งหมด การสื่อสารที่ยังไม่สามารถลดความลังเล การติดตามที่ยังไม่สิ้นสุดรายกรณี ระบบ AEFI ที่ยังไม่สร้างความมั่นใจ และ Dashboard ที่ยังไม่เชื่อมข้อมูลทุกหน่วยงาน จึงเกิดช่องว่างระหว่าง “ดำเนินงานครบตามขั้นตอน” กับ “เด็กได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์จริง” ที่ผ่านมา พื้นที่ได้นำแนวทาง 7 Steps Vaccine Care Model ไปใช้ในการดำเนินงานแล้ว แต่ผลลัพธ์ด้านความครอบคลุมยังเพิ่มขึ้นไม่ชัดเจน จึงจำเป็นต้องทบทวนกระบวนการทั้ง 7 ขั้นตอนอย่างเป็นระบบ วิเคราะห์ช่องว่างรายขั้นตอน รายหน่วยบริการ และรายพื้นที่ เพื่อให้ทราบว่าปัญหาเกิดที่จุดใด และกำหนดมาตรการสนับสนุนงบประมาณ บุคลากร และเทคโนโลยีให้ตรงกับปัญหาของแต่ละพื้นที่ ดังนี้
1) Registry: ตรวจสอบและปรับปรุงทะเบียนเด็กอายุ 0–5 ปีแบบรายบุคคล รายบ้าน และรายเข็มให้ครบถ้วน ถูกต้อง และเป็นปัจจุบัน เชื่อมโยงข้อมูลด้วยเลขประจำตัวประชาชน 13 หลักภายใต้ระบบสิทธิ์การเข้าถึง การรักษาความลับ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้ข้อมูลเท่าที่จำเป็นในการติดตามเด็กในเขตรับผิดชอบ 2) Gap Analysis: วิเคราะห์ช่องว่างของแต่ละขั้นตอน จำแนกเด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบตามอายุ ชนิดวัคซีน เข็มที่ขาด พื้นที่ สาเหตุ และสถานะการยอมรับ พร้อมจัดทำแผนที่ “พื้นที่สีแดง” และบัญชีรายชื่อเด็กเป้าหมายสำหรับการติดตามอย่างตรงจุด 3) Proactive Delivery: จัดบริการวัคซีนเชิงรุกตามบริบท เช่น หน่วยบริการเคลื่อนที่ จุดบริการชุมชน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สถานศึกษา คลินิกนอกเวลา การทดลองจัดบริการในวันศุกร์ และการเยี่ยมบ้านโดยแพทย์หรือทีมสหวิชาชีพในรายที่มีข้อกังวลทางการแพทย์หรือปฏิเสธวัคซีน
4) Confidence Communication: สร้างความเชื่อมั่นผ่านการมีส่วนร่วมของผู้นำทาง จิตวิญญาณและผู้นำชุมชน เช่น บาบอ โต๊ะครู อิหม่าม กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมกับบุคลากรสาธารณสุขและ อสม. พร้อมจัดกลไกเฝ้าระวังและตอบโต้ข้อมูลเท็จด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และสื่อสร้างสรรค์ที่ประชาชนเข้าถึงง่าย เช่น คลิปวิดีโอและสื่อดิจิทัล 5) Case Follow-up: มอบหมายผู้รับผิดชอบติดตามเด็กรายกรณี จัดระบบนัดหมายและแจ้งเตือน ติดตามกลุ่มที่ยินยอมแต่ยังไม่มารับวัคซีนเป็นลำดับแรก โดยใช้กลไกการเยี่ยมบ้าน และติดตามต่อเนื่องจนเด็กได้รับวัคซีนตามแผน 6) AEFI Monitoring: ให้คำแนะนำก่อนและหลังรับวัคซีน เฝ้าระวัง ติดตาม และรายงานอาการไม่พึงประสงค์ภายหลังได้รับวัคซีน เชื่อมโยงข้อมูลรายบุคคลกับระบบ Dashboard และจัดช่องทางให้คำปรึกษา/ส่งต่อ โดยเฉพาะกรณีจัดบริการก่อนวันหยุด 7) Dashboard / War Room: ปรับปรุงระบบติดตามโดยเชื่อมโยงกับระบบที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดปัตตานีและหน่วยงานต่าง ๆ มีอยู่แล้ว เชื่อมข้อมูลระหว่าง สสจ.ปัตตานี รพ.สต. หน่วยบริการปฐมภูมิ ใช้ติดตาม Registry การนัดหมาย AEFI เด็กตกหล่น ผลการให้บริการ และผลลัพธ์รายเดือน













การทบทวนจะดำเนินการทั้งระดับจังหวัด อำเภอ และหน่วยบริการ โดยประเมินความสมบูรณ์ของ Registry ความสามารถในการระบุเด็กและเข็มที่ขาด ความพร้อมของบริการเชิงรุก ประสิทธิภาพการสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น ความต่อเนื่องของการติดตามรายกรณี ระบบเฝ้าระวัง AEFI และการใช้ข้อมูลเพื่อกำกับติดตาม จังหวัดจะจัดลำดับพื้นที่สนับสนุนเป็น 3 ระดับ ได้แก่ พื้นที่สีแดงซึ่งมีความครอบคลุมต่ำหรือมีเด็กค้างรับจำนวนมาก พื้นที่สีเหลืองซึ่งมีแนวโน้มเสี่ยง และพื้นที่สีเขียวซึ่งสามารถรักษาผลลัพธ์ได้ โดยกำหนดมาตรการ และความถี่ของการติดตามให้เหมาะสมกับระดับปัญหา การจัดบริการเชิงรุกจะออกแบบจากข้อมูลจริงของแต่ละพื้นที่ ไม่ใช้รูปแบบเดียวทั้งจังหวัด โดยหน่วยบริการต้องระบุเด็กเป้าหมาย สถานที่ เวลา ทีมปฏิบัติงาน ผู้สนับสนุน ระบบนัดหมาย การเตรียมความพร้อมด้าน AEFI และตัวชี้วัดผลผลิต/ผลลัพธ์ก่อนดำเนินการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และ อสม. จะร่วมสนับสนุนการค้นหาเด็ก การประสานผู้ปกครอง การจัดสถานที่ การสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น และการติดตามหลังให้บริการ โดยมีหน่วยบริการเป็นผู้รับผิดชอบข้อมูลและการให้บริการทางการแพทย์ โครงการจึงพัฒนาเป็น “โมเดลขับเคลื่อนวัคซีนเชิงรุกจังหวัดปัตตานีแบบบูรณาการ” ที่ใช้ 7 Steps Vaccine Care Model เป็นแกนหลัก และเพิ่มกลไกสำคัญ ได้แก่ Gap Review, Red Zone Targeting, Trusted Leader Engagement, Rapid Misinformation Response และ Integrated Dashboard การดำเนินงานมุ่งเน้นกลุ่มที่สามารถเพิ่มผลลัพธ์ได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ เด็กที่ผู้ปกครองยินยอมรับวัคซีนแต่ยังไม่เข้ารับบริการ เด็กที่ขาดบางเข็ม เด็กนัดแล้วไม่มา และเด็กในพื้นที่สีแดง ควบคู่กับการสื่อสารเฉพาะรายสำหรับกลุ่มลังเลและกลุ่มปฏิเสธ หน่วยบริการทุกแห่งต้องจัดทำแผนปฏิบัติการจากข้อมูลของตนเอง ระบุปัญหา กลุ่มเป้าหมาย พื้นที่ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา ทรัพยากร ตัวชี้วัด แหล่งข้อมูล และความถี่ในการติดตาม พร้อมรายงานผลผ่าน Dashboard และประชุม War Room ตามรอบที่กำหนด การติดตามผลจะวัดทั้งกระบวนการ ผลผลิต และผลลัพธ์ โครงการนี้จึงไม่ได้มุ่งเพียงการอบรมบุคลากร แต่เป็นการปรับระบบปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การจัดการข้อมูล การระบุพื้นที่และเด็กรายคน การจัดบริการเชิงรุก การสร้างความเชื่อมั่น การติดตามความปลอดภัย และการใช้ข้อมูลร่วมกันเพื่อแก้ปัญหาอย่างต่อเนื่อง ผลที่มุ่งหวังคือ เด็กอายุ 0–5 ปีได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น เด็กตกหล่นลดลง ผู้ปกครองเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อมั่นมากขึ้น หน่วยบริการสามารถใช้ข้อมูลรายบุคคลเพื่อดำเนินงานเชิงรุก และจังหวัดมีระบบ Dashboard/War Room ที่เชื่อมโยงและใช้กำกับผลลัพธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
4. วัตถุประสงค์และตัวชี้วัด
  1. เพื่อเพิ่มการได้รับฉีดวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์เด็กเล็ก(0-3 ปี) ขึ้น
    27
    40

    ร้อยละของเด็กเล็ก(0-3 ปี) ได้รับฉีดวัคซีนครบตามหลักเกณฑ์

  2. เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี จังหวัดปัตตานี ขนาดปัญหา30
    35

     

1.เพื่อพัฒนาระบบการให้บริการวัคซีนในเด็ก 0-5 ปี จังหวัดปัตตานี
2.เพื่อเพิ่มความครอบคลุมการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ของเด็กอายุ 0-5 ปีในจังหวัดปัตตานี 3.เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรผู้รับผิดชอบงานวัคซีนให้สามารถวิเคราะห์ข้อมูล วางแผน ติดตามเด็กตกหล่น และดำเนินงานตาม 7 Steps Vaccine Care Model ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
5. กลุ่มเป้าหมาย
format_list_bulleted_add
กลุ่มเป้าหมาย
  1. 1.ผู้รับผิดชอบงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของหน่วยงานบริการปฐมภูมิ 148 แห่ง
  2. บุคลากรสาธารณสุขและผู้เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานวัคซีนระดับจังหวัด อำเภอ และหน่วยบริการ
  3. ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา ในจังหวัดปัตตานี
description
รายละเอียดกลุ่มเป้าหมายเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
6. ระยะเวลาดำเนินงาน
1 กันยายน 2569 31 สิงหาคม 2570
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
7. ประเภทโครงการ
health_metrics
โครงการทั่วไป
คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
8. วิธีการดำเนินงาน
  • กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
  • งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
sports_handball
กิจกรรมที่จะดำเนินการ
  1. ประชุมวางแผนคณะทำงานฯ

    ชี้แจงคำสั่งแต่งตั้งและบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานร่วมกันระดมความคิดเห็นและกำหนดกรอบแนวทางการดำเนินงาน(Roadmap)มอบหมายภารกิจและจัดสรรงบประมาณ/ทรัพยากรเบื้องต้นกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ (KPIs)
    และปฏิทินการทำงานร่วมกัน

    1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2570

    -รายงานการประชุมคณะทำงานฯแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ประจำปี/โครงการคำสั่งแต่งตั้งหรือการแบ่งมอบหมายภารกิจที่ชัดเจน
    -คณะทำงานมีความเข้าใจตรงกันและพร้อมขับเคลื่อนงานไปในทิศทางเดียวกันการดำเนินงานมีขั้นตอน ทิศทาง และเป้าหมายที่ชัดเจน ลดความซ้ำซ้อนงานสำเร็จลุล่วงตามกรอบระยะเวลาและเป้าหมายที่กำหนด

    3800 บาท
  2. ประชุมชี้แจงผู้รับผิดชอบงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของหน่วยบริการปฐมภูมิในการสำรวจข้อมูลวัคซีนและเตรียมข้อมูล

    ชี้แจงแนวทางการตรวจสอบและจัดเตรียมข้อมูลทะเบียนเด็กอายุ 0–5 ปี ทั้งรายบุคคล รายบ้าน และรายเข็ม เพื่อจำแนกเด็กตกหล่น วิเคราะห์สาเหตุการไม่ได้รับวัคซีน และนำข้อมูลไปใช้ในการวิเคราะห์ GAP

    1 กันยายน 2569 ถึง 30 กันยายน 2569

    -ผู้รับผิดชอบงานวัคซีนของหน่วยบริการปฐมภูมิได้รับการชี้แจงแนวทาง และสามารถจัดเตรียมข้อมูลทะเบียนเด็กอายุ 0–5 ปี รายบุคคล รายบ้าน รายเข็ม รวมทั้งจำแนกเด็กตกหล่นและสาเหตุการไม่ได้รับวัคซีนได้ครบถ้วน -หน่วยบริการมีข้อมูลวัคซีนที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน สามารถนำไปวิเคราะห์ GAP ระบุเด็กและพื้นที่เป้าหมาย และจัดทำแผนติดตามเด็กตกหล่นได้อย่างตรงจุด.

    28500 บาท
  3. ประชุมจัดทำเครื่องมือและเอกสารประกอบการดำเนินงาน

    ประชุมคณะทำงานเพื่อร่วมกันออกแบบ ทบทวน และจัดทำเครื่องมือสำหรับใช้ดำเนินงานตาม 7 Steps Vaccine Care Model ให้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งจังหวัด ได้แก่ แบบทะเบียนเด็กอายุ 0–5 ปีรายบุคคล รายบ้าน และรายเข็ม แบบวิเคราะห์ GAP และสาเหตุเด็กตกหล่น แบบติดตามรายกรณี แบบประเมินระบบบริการ แบบประเมินแผนปฏิบัติการ และแบบรายงานผลผ่าน Dashboard/War Room พร้อมกำหนดวิธีใช้ เกณฑ์การประเมิน และแนวทางบันทึกข้อมูลให้ชัดเจน

    1 กันยายน 2569 ถึง 31 ตุลาคม 2569

    -ได้ชุดเครื่องมือและเอกสารมาตรฐานสำหรับดำเนินงานตาม 7 Steps Vaccine Care Model เช่น แบบทะเบียนรายบ้าน–รายเข็ม แบบวิเคราะห์ GAP แบบติดตามเด็กตกหล่น แบบประเมิน และแบบรายงานผล หน่วยบริการ-สามารถใช้เครื่องมือรูปแบบเดียวกันในการเก็บ วิเคราะห์ และติดตามข้อมูลเด็กตกหล่น ทำให้ข้อมูลมีความครบถ้วน เป็นมาตรฐาน และสามารถนำมาใช้กำกับติดตามผลในระดับจังหวัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    11400 บาท
  4. อบรมเชิงปฏิบัติการพัฒนาศักยภาพผู้รับผิดชอบงานวัคซีนตาม 7 Steps Vaccine Care Model (3 วัน)

    จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ 3 วัน เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะผู้รับผิดชอบงานวัคซีนในการดำเนินงานตาม 7 Steps Vaccine Care Model ครอบคลุมการตรวจสอบทะเบียนเด็ก (Registry) การวิเคราะห์ GAP และสาเหตุเด็กตกหล่น การจัดบริการเชิงรุก การสื่อสารสร้างความเชื่อมั่น การติดตามรายกรณี การเฝ้าระวัง AEFI และการใช้ Dashboard/War Room โดยเน้นการฝึกปฏิบัติจากข้อมูลจริงของพื้นที่

    1 ตุลาคม 2569 ถึง 30 พฤศจิกายน 2569

     

    129600 บาท
  5. ประชุมติดตามการดำเนินงานของหน่วยบริการติดตามการนำแผนปฏิบัติการ (3 ครั้ง)

    ประชุมติดตามผลการนำแผนปฏิบัติการและ 7 Steps Vaccine Care Model ไปใช้ในหน่วยบริการ โดยทบทวนข้อมูล Registry เด็กตกหล่น ผลการติดตามรายกรณี การจัดบริการเชิงรุก ความครอบคลุมวัคซีน และปัญหาอุปสรรคของแต่ละพื้นที่ พร้อมติดตามความก้าวหน้าผ่าน Dashboard/War Room

    1 กุมภาพันธ์ 2570 ถึง 15 สิงหาคม 2570

    หน่วยบริการได้รับการติดตามผลการดำเนินงาน และมีข้อมูลความก้าวหน้า ปัญหาอุปสรรค และผลการติดตามเด็กตกหล่นอย่างต่อเนื่อง

    หน่วยบริการสามารถปรับการดำเนินงานตามปัญหาของพื้นที่ได้ทันเวลา เด็กตกหล่นได้รับการติดตามเข้าสู่บริการเพิ่มขึ้น และความครอบคลุมวัคซีนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง.

    39900 บาท
  6. ประชุมถอดบทเรียนและสรุปผลการดำเนินงาน

    ประชุมสรุปผลการดำเนินงานตาม 7 Steps Vaccine Care Model เปรียบเทียบผลก่อน–หลังโครงการ วิเคราะห์ผลการค้นหาและติดตามเด็กตกหล่น ความครอบคลุมวัคซีน ปัญหาอุปสรรค ปัจจัยความสำเร็จ และแลกเปลี่ยนบทเรียนจากหน่วยบริการ เพื่อนำไปพัฒนาระบบในระยะต่อไป

    1 สิงหาคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2569

    ได้ผลการประเมินโครงการ บทเรียน ปัจจัยความสำเร็จ ปัญหาอุปสรรค และข้อค้นพบจากการดำเนินงานของหน่วยบริการทั้ง 12 อำเภอ

    จังหวัดมีข้อมูลและบทเรียนที่สามารถนำไปปรับปรุง 7 Steps Vaccine Care Model และกำหนดแนวทางขับเคลื่อนงานวัคซีนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ในระยะต่อไป.

    26600 บาท
  7. อบรมการสื่อสารของผู้นำในการส่งเสริมการฉีดวัคซีนในพื้นที่

    จัดอบรมให้ผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และผู้เกี่ยวข้อง มีความรู้เรื่องวัคซีน สาเหตุความลังเลและการปฏิเสธวัคซีน ฝึกทักษะการสื่อสารกับผู้ปกครอง การตอบข้อกังวลและข้อมูลเท็จ รวมทั้งจัดทำแนวทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่

    1 ตุลาคม 2569 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2570

    ผู้นำศาสนาและผู้นำชุมชนได้รับการพัฒนาความรู้และทักษะด้านการสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อวัคซีน

    ผู้นำสามารถถ่ายทอดข้อมูลที่ถูกต้อง ลดความลังเลของผู้ปกครอง และมีส่วนร่วมในการสนับสนุนให้เด็กกลุ่มเป้าหมายเข้าสู่บริการวัคซีนมากขึ้น

    38900 บาท
  8. ประกวดการสร้างสื่อส่งเสริมการฉีดวัคซีนในพื้นที่

    จัดประกวดการสร้างสื่อส่งเสริมการฉีดวัคซีน โดยเปิดโอกาสให้หน่วยบริการและเครือข่ายในพื้นที่ผลิตสื่อสร้างสรรค์ เช่น คลิปวิดีโอหรือสื่อดิจิทัล ที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับบริบทจังหวัดปัตตานี เพื่อสร้างความรู้และความเชื่อมั่นด้านวัคซีน

    1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 15 ธันวาคม 2569

    ได้สื่อสร้างสรรค์ส่งเสริมการฉีดวัคซีนที่ผ่านการคัดเลือกและสามารถนำไปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ได้

    ประชาชนเข้าถึงข้อมูลวัคซีนที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเหมาะสมกับบริบทพื้นที่ ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและลดความลังเลในการนำบุตรหลานมารับวัคซีน

    15000 บาท
description
วิธีการดำเนินงานเพิ่มเติม

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
9. งบประมาณโครงการ
description
หมายเหตุ

 

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
10. ผลการดำเนินงานที่คาดหวัง
format_list_bulleted_add
ผลจากการดำเนินโครงการท่านคาดว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร?

เด็กอายุ 0–5 ปีในจังหวัดปัตตานีสามารถเข้าถึงบริการวัคซีนได้อย่างทั่วถึง สะดวก และต่อเนื่องมากขึ้นเด็กที่ได้รับวัคซีนไม่ครบหรือเด็กตกหล่นได้รับการค้นหา ติดตาม และนำเข้าสู่ระบบบริการอย่างเป็นรูปธรรม ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์เพิ่มขึ้น และจำนวนเด็กที่ได้รับวัคซีนล่าช้าลดลงผู้ปกครองมีความรู้ ความเข้าใจ และความเชื่อมั่นในการนำบุตรหลานเข้ารับวัคซีนมากขึ้นประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับประโยชน์ ความปลอดภัย และการดูแลเด็กภายหลังได้รับวัคซีนเด็กมีความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยรุนแรง ภาวะแทรกซ้อน และการเสียชีวิตจากโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนลดลง หน่วยบริการปฐมภูมิมีระบบทะเบียนเด็กแบบรายบุคคล รายบ้าน และรายเข็มที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน ผู้รับผิดชอบงานวัคซีนสามารถนำ 7 Steps Vaccine Care Model ไปใช้ในการจัดบริการเชิงรุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คะแนน:
1
2
3
4
5
stars
11. เอกสารประกอบโครงการ
ชื่อเอกสารผู้ส่ง
1 ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @15 ส.ค. 2569 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี
คะแนน:
1
2
3
4
5
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานีโครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 19 ก.ค. 2569 22:15 น. แก้ไขล่าสุดเมื่อ 2 ก.ย. 2569 00:06 น.
คะแนน:
1
2
3
4
5