ขยายการเข้าถึงบริการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับ "สายด่วนฯ 1600" สำหรับผู้ที่เสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างบูรณาการ จังหวัดปัตตานี
-
ร้อยละของการสูบบุหรี่ในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไปในพื้นที่23.9
-
ร้อยละของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปในจังหวัดได้รับการคัดกรองการสูบบุหรี่และเข้าสู่ระบบบำบัดรักษาการเลิกบุหรี่69.42
-
ร้อยละของผู้เข้ารับการบำบัดให้เลิกบุหรี่สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จอย่างน้อย 6 เดือน0.59
การสูบบุหรี่เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เนื่องจากส่งผลกระทบทั้งต่อสุขภาพของผู้สูบเองและบุคคลรอบข้าง ควันบุหรี่มีสารพิษจำนวนมากที่ก่อให้เกิดโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งปอด โรคหัวใจและหลอดเลือด และ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร นอกจากนี้ บุหรี่ยังก่อให้เกิดภาระโรคและค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลจำนวนมหาศาล ส่งผลกระทบต่อระบบสาธารณสุขและเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้การสูบบุหรี่ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคม โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่อาจได้รับควันบุหรี่มือสองและมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ มากขึ้นด้วยเหตุนี้ ประเทศไทยจึงให้ความสำคัญกับการดำเนินงานช่วยเลิกบุหรี่อย่างจริงจัง โดยยึดหลักการด้านการป้องกัน การคุ้มครองสุขภาพ และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน การดำเนินงานช่วยเลิกบุหรี่จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยมุ่งเน้นการป้องกันมากกว่าการรักษา กล่าวคือ ลดจำนวนผู้สูบบุหรี่รายใหม่ ในกลุ่มเด็กและเยาวชน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือผู้ที่สูบบุหรี่ให้สามารถเลิกได้อย่างยั่งยืน การมุ่งเน้นให้ประชาชนสามารถ “เลิกได้จริง” และ “เข้าถึงบริการได้ง่าย” โดยเฉพาะการใช้ระบบบริการสุขภาพที่ครอบคลุมตั้งแต่ระดับปฐมภูมิไปจนถึงโรงพยาบาล
สถานการณ์การบริโภคยาสูบจังหวัดปัตตานี ปี 2560, 2564 และ 2567 มีอัตรา การสูบบุหรี่ ร้อยละ 23.4 , 21.4 และ 23.9 ตามลำดับ ซึ่งมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสูงกว่าระดับประเทศ ที่มีอัตราร้อยละ 19.1 สะท้อนให้เห็นว่าจังหวัดปัตตานี เป็นพื้นที่ที่มีปัญหาการบริโภคยาสูบสูงกว่าค่าเฉลี่ย ของประเทศ อีกทั้งจากรายงานสถานการณ์ด้านสุขภาพของประชาชนจังหวัดปัตตานี ปี 2568 พบว่า กลุ่มโรคที่เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 คือ โรคมะเร็งทุกชนิด มีอัตราตาย 60.10 ต่อประชากรแสนคน เมื่อจำแนกกลุ่มสาเหตุการตายต่อแสนประชากรด้วยโรคมะเร็ง พบว่าโรคมะเร็ง 5 อันดับแรก คือ 1) มะเร็งปอด 2) มะเร็งตับ 3) มะเร็งเต้านม 4) มะเร็งลำไส้ใหญ่ และ 5) มะเร็งลิวคีเมีย Leukemia จากการคัดกรองข้อมูลผู้สูบบุหรี่ 3 ปี ย้อนหลัง ปี 2566, 2567, 2568, พบผู้สูบบุหรี่ จำนวน 14,175 ราย (ร้อยละ 10.96), 19,199 ราย (ร้อยละ 9.74), 10,917 ราย (ร้อยละ 5.71) มีผู้สูบบุหรี่เข้าสู่ระบบบำบัดรักษาการเลิกบุหรี่ จำนวน 9,376 ราย ร้อยละ (66.14), 11,690 (ร้อยละ 60.89) และ 7,579 ราย (ร้อยละ 69.42) แต่เลิกได้สำเร็จที่ 6 เดือน เพียง 64 ราย (ร้อยละ 0.68), 114 ราย (ร้อยละ 0.98), 45 ราย (ร้อยละ 0.59) เมื่อเทียบกับจำนวนผู้เสพทั้งหมด ซึ่งพบว่าเป็นอัตราที่ต่ำ เมื่อเทียบกับค่าเป้าหมาย (ร้อยละ20) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า จังหวัดปัตตานีไม่ได้มีปัญหาเฉพาะเรื่อง “การเข้าถึงผู้สูบบุหรี่” เท่านั้น แต่ยังมีความท้าทายสำคัญในเรื่อง การเข้าสู่กระบวนการช่วยเลิกบุหรี่อย่างมีคุณภาพ การได้รับคำปรึกษาที่เหมาะสม การส่งต่อข้อมูลอย่างครบถ้วน และการติดตามต่อเนื่อง จนสามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีภาวะเสพติดนิโคติน ผู้ที่ใช้บุหรี่ไฟฟ้า และผู้ที่ใช้บุหรี่ร่วมกับบุหรี่ไฟฟ้า การเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องอาศัยระบบบริการที่มีความต่อเนื่องตั้งแต่การค้นหาและคัดกรองผู้สูบบุหรี่ การประเมินความต้องการเลิก การให้คำปรึกษาและสร้างแรงจูงใจ การส่งต่อเข้าสู่บริการที่เหมาะสม การบันทึก และส่งข้อมูลอย่างถูกต้อง ตลอดจนการติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในระยะยาว “สายด่วนฯ 1600” เป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการให้คำปรึกษาและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อช่วยเลิกบุหรี่ อย่างไรก็ตาม การทำให้ผู้สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าถึงบริการได้อย่างครอบคลุม จำเป็นต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของหน่วยบริการสุขภาพทุกระดับ ได้แก่ โรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่ายในชุมชน โดยมีระบบการค้นหา คัดกรอง ให้คำปรึกษา ส่งต่อข้อมูลผ่านระบบ U-REFER และติดตามผลอย่างเป็นระบบ
-
เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 สำหรับผู้ที่เสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าในจังหวัดปัตตานี
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรและภาคีเครือข่าย ให้มีความรู้และทักษะในการคัดกรอง ให้คำปรึกษา ส่งต่อ และติดตามผู้ที่เสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
-
เพื่อพัฒนาระบบการทำงานแบบบูรณาการระหว่างสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 หน่วยบริการสุขภาพ ชุมชน และภาคีเครือข่าย ในการค้นหา เชื่อมต่อบริการ ติดตาม และสนับสนุนให้ผู้ที่เสพติดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าสามารถลด ละ เลิกการเสพได้อย่างต่อเนื่อง
-
บุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาล สสอ. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และหน่วยบริการสาธารณสุขทุกระดับ170
-
บุคลากรเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโรงพยาบาล สสอ. และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล50
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
อบรมการให้คำปรึกษา ฝึกทักษะ สำรวจ/บันทึก/ส่งข้อมูลผ่าน U-Refer
- ค่าสัมมนาคุณวิทยากร 7 ชม. x 600 บาท x 1 คน เป็นเงิน 4,200 บาท
- ค่าที่พักวิทยากร จำนวน 2 ห้อง x 900 บาท x 1 คืน เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าพาหนะวิทยากร จำนวน 2 คน เป็นเงิน 14,000 บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 170 คน x 35 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 11,900 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้าร่วมอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 170 คน x 120 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 20,400 บาท
- ค่าเช่าสถานที่จัดอบรมห้องประชุม 1 ห้อง x 5,000 บาท x 1 วัน เป็นเงิน 5,000
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ 1 ชิ้น ขนาด 5X2 เมตร
31 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2570ผู้สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ต้องการเลิกบุหรี่ในชุมชน สามารถเข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 (เป้าหมาย 5,000 ราย) - ผู้สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ต้องการเลิกบุหรี่ในคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) สามารถเข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 (เป้าหมาย 200 ราย) - ผู้สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่เข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จต่อเนื่อง 6 เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 (เป้าหมาย 1,000 ราย)
58800 บาท - ค่าสัมมนาคุณวิทยากร 7 ชม. x 600 บาท x 1 คน เป็นเงิน 4,200 บาท
-
ประชุมเชิงปฏิบัติการสรุปถอดบทเรียน และแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการขยายการเข้าถึงบริการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกับ สายด่วนฯ 1600 สำหรับผู้ที่เสพติดบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าอย่างบูรณาการ จังหวัดปัตตานี
- ค่าสัมมนาคุณวิทยากร 2 ชม. x ๖๐๐ บาท x ๑ คน เป็นเงิน 1,2๐๐ บาท
- ค่าสัมมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 4 ชม. x ๖๐๐ บาท x 4 คน เป็นเงิน 9,6๐๐ บาท
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 48 คน x 50 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 4,8๐๐ บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 48 คน x 300 บาท x 1 มื้อ เป็นเงิน 14,4๐๐ บาท
- ค่าวัสดุอุปกรณ์ เป็นเงิน 5,๐๐๐ บาท
1 มกราคม 2570 ถึง 30 กันยายน 2570บุคลากรผู้รับผิดชอบงาน บุหรี่ และผู้เกี่ยวข้อง ได้รับการพัฒนาศักยภาพในการให้คำแนะนำและส่งต่อผู้สูบบุหรี่/บุหรี่ไฟฟ้าเข้าสู่บริการสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 จำนวน 165 คน
บุคลากรผู้รับผิดชอบงาน บุหรี่ และผู้เกี่ยวข้อง เข้ารับการอบรมครบถ้วน35000 บาท
- ด้านการเข้าถึงบริการ: ผู้สูบบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้าที่ต้องการเลิกสามารถเข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสายด่วนเลิกบุหรี่ 1600 ได้ไม่น้อยกว่า 5,000 ราย โดยครอบคลุมทั้งกลุ่มที่มารับบริการในสถานพยาบาลและกลุ่มที่ถูกค้นพบเชิงรุกในชุมชน
- ด้านความสำเร็จในการเลิกบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: ผู้เข้าสู่ระบบบำบัดผ่านสายด่วน 1600 สามารถเลิกบุหรี่ได้สำเร็จต่อเนื่อง 6 เดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 หรือไม่น้อยกว่า 1,000 ราย รวมถึงความชุกของการสูบบุหรี่ในกลุ่มประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไปของจังหวัดมีแนวโน้มลดลง สอดคล้องกับเป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์การควบคุมยาสูบแห่งชาติ ฉบับที่ 3
- ด้านศักยภาพบุคลากร: บุคลากรสาธารณสุขที่ผ่านการอบรมมีความรู้ ทักษะ และความมั่นใจสร้างแรงจูงใจ รวมถึงการคัดกรอง การบันทึกและส่งต่อข้อมูลผู้สูบบุหรี่ผ่านระบบ U-REFER ได้อย่างถูกต้องและครบถ้วน
- ด้านระบบและกลไกการบริหารจัดการ: มีระบบการบริหารจัดการโครงการที่เข้มแข็งและมีประสิทธิภาพสามารถกำกับติดตามการดำเนินงานของหน่วยบริการในพื้นที่ได้อย่างเป็นระบบ ทำให้รับทราบความก้าวหน้าและปัญหาอุปสรรคของแต่ละหน่วยบริการได้อย่างทันเวลา นอกจากนี้ ข้อมูลที่ได้นำไปใช้ วางแผนการดำเนินงานด้านการควบคุมยาสูบในปีถัดไปได้ ส่งผลให้การขับเคลื่อนงานเลิกบุหรี่ระดับจังหวัด มีความต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @6 ส.ค. 2569 | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี | |
| 2 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 2 (.pdf) @6 ส.ค. 2569 | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี | |
| 3 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 3 (.pdf) @15 ส.ค. 2569 | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี |
