นโยบายสุขภาพจิต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 มุ่งเน้นการยกระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพจิตเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ภายใต้กลยุทธ์ น้อม นำ หนุน โดยเน้นการพัฒนาระบบดูแลสุขภาพจิตเชิงรุกในชุมชน การดูแลกลุ่มเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ การมีสุขภาพจิตที่ดี ถือเป็นส่วนสำคัญที่ส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาวะจิตใจของบุคคล โรคจิตเวชหลายโรคที่พบบ่อย มักมีปัจจัยที่เข้ามาเกี่ยวข้อง คือ สภาพแวดล้อมทางสังคม เศรษฐกิจ และลักษณะส่วนบุคคลและพฤติกรรม โรคจิตเวช ที่พบบ่อยหลายโรคสัมพันธ์อย่างมากกับความเหลื่อมล้ำทางสังคม ซึ่งโดยธรรมชาติภาวะทางจิตใจมีการปรับเปลี่ยนตามสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัว และในสถานการณ์ปัจจุบันที่สังคมมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สุขภาพจิตของคนเราจึงจำเป็นต้องมีการปรับเปลี่ยนไป ตามสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเครียด ภาวะซึมเศร้าและพฤติกรรมเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย จากการสำรวจขององค์การอนามัยโลก พบว่าในประชากร 4 คน จะมีผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต 1 คน และอีก 2 คน จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาสุขภาพจิต เช่น ญาติพี่น้อง คนในครอบครัว เป็นต้น ข้อมูลจาก กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข รายงานสถานการณ์สุขภาพจิตของคนไทยในช่วงปีที่ผ่านมา พบว่า ประชาชนไทยมีภาวะความเครียดอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงประมาณ ร้อยละ 40–50 ประชาชนมีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้า ประมาณ ร้อยละ 15–20 กลุ่มวัยทำงานมีภาวะเครียดจากการทำงานและภาวะหมดไฟในการทำงาน (Burnout) สูงถึงประมาณ ร้อยละ 30–35 ผู้สูงอายุมีภาวะเหงา วิตกกังวล และซึมเศร้าแฝงประมาณ ร้อยละ 20–25 นอกจากนี้ จากการสำรวจสุขภาพจิตประชาชนโดยใช้แบบประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น (เช่น แบบประเมินความเครียดและภาวะซึมเศร้า) พบว่าประชาชนจำนวนไม่น้อยยังขาดความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการเจ็บป่วยทางจิตใจ และยังมีการตีตราผู้ป่วยทางจิตเวช ส่งผลให้ประชาชนไม่กล้าเข้ารับการคัดกรองหรือขอรับคำปรึกษาเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิต ภาวะสุขภาพจิตในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น โดยเฉพาะโรคซึมเศร้าและการฆ่าตัวตาย เป็นปัญหาสาธารณสุขที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จากข้อมูลทางระบาดวิทยาพบว่า ช่วงวัยเรียนระดับประถมศึกษาตอนปลายจนถึงมัธยมศึกษา เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงด้านสรีระ จิตใจ และต้องเผชิญกับสภาวะความกดดันรอบด้าน ทั้งในเรื่องการเรียน การปรับตัวเข้ากับกลุ่มเพื่อน และการคาดหวังจากครอบครัว สำหรับพื้นที่ จังหวัดนราธิวาส นักเรียนในพื้นที่ยังมีปัจจัยเสี่ยงเฉพาะจากสภาพแวดล้อมทางสังคมและพฤติกรรมเฉพาะถิ่น ซึ่งหากเยาวชนขาดทักษะในการจัดการความเครียดหรือไม่มีพื้นที่ปลอดภัยในการระบายความรู้สึก ปัญหาความเครียดสะสมอาจพัฒนาไปสู่ภาวะซึมเศร้า และนำไปสู่พฤติกรรมการทำร้ายตัวเองหรือการฆ่าตัวตายในที่สุด อย่างไรก็ตาม ปัญหาดังกล่าวสามารถป้องกันและยับยั้งได้ หากมีระบบกลไกการเฝ้าระวังเชิงรุกภายในโรงเรียนที่มีประสิทธิภาพ แต่ในปัจจุบัน ครูแนะแนว ครูประจำชั้น รวมถึงเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ยังขาดทักษะเชิงลึกในการสังเกตสัญญาณเตือน (Warning Signs) และขาดเครื่องมือคัดกรองสุขภาพจิตที่ถูกต้อง ทำให้กระบวนการช่วยเหลือล่าช้าและส่งผลให้กลุ่มเสี่ยงหลุดรอดจากระบบการดูแล ด้วยเหตุนี้ ทางกองสาธารณสุข จึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างระบบภูมิคุ้มกันทางใจในสถานศึกษา จึงได้จัดทำ โครงการส่งเสริมสุขภาพจิตให้แก่ประชาชนในพื้นที่นราธิวาส ขึ้น เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมสุขภาพจิตใจ อารมณ์ สังคม และเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาพกายและจิตใจ การให้แนวทางในการดูแลผู้ป่วยและญาติ ตลอดจนสมาชิกในชุมชนให้สามารถใช้ชีวิตร่วมกับผู้ป่วยแบบยอมรับซึ่งกันและกันได้
-
เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในการส่งเสริมสุขภาพจิตใจ อารมณ์ และสังคม รวมถึงการเสริมสร้างทักษะด้านสุขภาพแก่ประชาชนในเขตพื้นที่จังหวัดนราธิวาส420
-
เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจให้สามารถคัดกรองประเมินภาวะด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง420
-
เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางในการดูแลผู้ป่วย ญาติ และสมาชิกในชุมชนให้สามารถ อยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และยอมรับซึ่งกันและกัน420
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน220
-
กลุ่มวัยทำงาน200
ประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิตและสัญญานเตือน (9 สัญญาณโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย) และการจัดทำระบบคัดกรองพฤติกรรม ร่วมกับแบบประเมินภาวะซึมเศร้า1 สิงหาคม 2569 ถึง 30 กันยายน 2569224200 บาท
-
อบรมเชิงปฏิบัติให้ความรู้การสร้างคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) และสร้างทักษะการฟังอย่างตั้งใจ(ActiveListening)เพื่อให้แกนนำนักเรียนสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เพื่อนกล้าเข้ามาระบายความเครียด1 สิงหาคม 2569 ถึง 31 สิงหาคม 2569240700 บาท
1.ประชุมวางแผนการดำเนินงาน
2.เสนอโครงการ และขออนุมัติโครงการ
3.ดำเนินกิจกรรมตามโครงการ
4.สรุปผลและประเมินผลโครงการตามตัวชี้วัด (KPI)
กิจกรรมที่ 1 จัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เรื่องสุขภาพจิตและสัญญานเตือน (9 สัญญาณโรคซึมเศร้าและฆ่าตัวตาย) และการจัดทำระบบคัดกรองพฤติกรรม ร่วมกับแบบประเมินภาวะซึมเศร้า (200 คน)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 200 คน × 50 × 4 มื้อ เป็นเงิน 40,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 200 คน × 300 × 2 มื้อ เป็นเงิน 120,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรเดี่ยว 600 บาท x 1 คน x 2 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 600 บาท x 5 คน x 4 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 24,000 บาท
- ค่าที่พักวิทยากร จำนวน 3 ห้องๆ ละ 1,200 บาท จำนวน 1 คืน เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าพาหนะเดินทางวิทยากร ไป – กลับ เป็นเงิน 8,000 บาท
- ค่าวัสดุ เครื่องเขียน จำนวน 200 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 5,000 บาท
- ค่าป้ายไวนิลสำหรับโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าเช่าสถานที่ จำนวน 2 วันๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นในการดำเนินโครงการ เป็นเงิน 10,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 224,200 บาท (เงินสองแสนสองหมื่นสี่พันสองร้อยบาทถ้วน)
กิจกรรมที่ 2: อบรมเชิงปฏิบัติให้ความรู้การสร้างคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) และสร้างทักษะการฟังอย่างตั้งใจ(ActiveListening)เพื่อให้แกนนำนักเรียนสามารถเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เพื่อนกล้าเข้ามาระบายความเครียด (ตัวแทนนักเรียนแกนนำ (กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน) (เป้าหมาย 220 คน)
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 220 คน × 50 × 4 มื้อ เป็นเงิน 44,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 220 คน × 300 × 2 มื้อ เป็นเงิน 132,000 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรเดี่ยว 600 บาท x 1 คน x 2 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 2,400 บาท
- ค่าสมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 600 บาท x 5 คน x 4 ชม. x 2 วัน เป็นเงิน 24,000 บาท
- ค่าที่พักวิทยากร จำนวน 3 ห้องๆ ละ 1,200 บาท จำนวน 1 คืน เป็นเงิน 3,600 บาท
- ค่าพาหนะเดินทางวิทยากร ไป – กลับ เป็นเงิน 8,000 บาท
- ค่าวัสดุ เครื่องเขียน จำนวน 220 ชุด ๆ ละ 25 บาท เป็นเงิน 5,500 บาท
- ค่าป้ายไวนิลสำหรับโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 1,200 บาท
- ค่าเช่าสถานที่ จำนวน 2 วันๆละ 5,000 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
- ค่าใช้จ่ายอื่นๆที่จำเป็นในการดำเนินโครงการ เป็นเงิน 10,000 บาท
รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 240,700 บาท (เงินสองแสนสี่หมื่นเจ็ดร้อยบาทถ้วน)
งบประมาณทั้งสิ้น 464,900 บาท (สี่แสนหกหมื่นสี่พันเก้าร้อยบาทถ้วน)
- ผู้เข้าร่วมโครงการเข้าใจแนวทางการดูแลผู้ป่วย ญาติ และสมาชิกในชุมชน สามารถอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และยอมรับซึ่งกันและกัน
- ผู้เข้าร่วมโครงการมีความรู้ความเข้าใจ ให้สามารถคัดกรองประเมินภาวะด้านสุขภาพจิตเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง
