โครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ (Diabetes Remission) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
-
อัตราป่วยเบาหวานรายใหม่ต่อแสนประชากร400.14
-
ร้อยละของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ได้รับการตรวจ HbA1c อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี61.44
-
ร้อยละผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี22.20
ปัจจุบันโรคเบาหวาน (Diabetes Mellitus) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566 ถึง พ.ศ. 2568 ข้อมูลสถิติจากกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค
พบผู้ป่วยเบาหวานสะสมในระบบสารสนเทศบริการสุขภาพ จำนวน 4,827,065 คน และเพิ่มขึ้นเป็น 5,183,925 คน ในปี พ.ศ. 2567 จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2568 ผู้ป่วยเพิ่มขึ้นมากกว่า 6,500,000 คน โดยมีอัตราผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยในเกณฑ์คงที่ประมาณ 300,000 คนต่อปี (กลุ่มเทคโนโลยีและระบาดวิทยา กองโรคไม่ติดต่อ, 2569) สำหรับผู้ป่วยเบาหวานในจังหวัดปัตตานี ปี 2566 - 2568 มีจำนวน 23,278 คน, 24,868 คน และ 26,308 คน ตามลำดับ แนวโน้มการควบคุมโรคได้ดี 3 ปีย้อยหลังเฉลี่ยเท่ากับร้อยละ 20
ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดไว้ ร้อยละ 40 (คลังข้อมูลสุขภาพจังหวัดปัตตานี, 2569) แนวทางการรักษาในอดีตมุ่งเน้นการควบคุมระดับน้ำตาลด้วยการใช้ยาซึ่งมักก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายและภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว จากองค์ความรู้ทางการแพทย์เวชศาสตร์วิถีชีวิต (Lifestyle Medicine) พบว่า หากผู้ป่วยได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างถูกต้องและเข้มข้น (Lifestyle Modification) จะสามารถฟื้นฟูการทำงานของตับอ่อนและลดภาวะดื้ออินซูลินส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงจนอยู่ในเกณฑ์ปกติ (HbA1C < 6.5%) อย่างต่อเนื่องโดยไม่ต้องใช้ยาลดระดับน้ำตาลเป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป เรียกว่า ภาวะสงบของโรคเบาหวาน (Diabetes Remission) ซึ่งช่วยลดโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างยั่งยืน การขับเคลื่อนการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ (DM Remission) จึงเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการพัฒนาระบบบริการสุขภาพโดยอาศัยการบูรณาการองค์ความรู้แบบองค์รวม ได้แก่ การควบคุมอาหาร, การออกกำลังกาย, การจัดการความเครียด ผู้ป่วยควรมีบทบาทหลักและเป็นศูนย์กลางในการควบคุม ดูแลสุขภาพของตนเอง โดยผู้ป่วยจะต้องรับผิดชอบกิจกรรมลงมือปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อควบคุมสภาวะของโรคที่เผชิญและเพิ่มระดับความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองจนส่งผลทำให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ดังนั้น สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี ตระหนักถึงความสำคัญของการเชื่อมโยงการดำเนินงานดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานในคลินิกโรคเรื้อรังของสถานบริการและหน่วยบริการปฐมภูมิโดยมีผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางและให้ผู้ป่วยมีทักษะในการจัดการตนเอง จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวานให้เข้าสู่โรคเบาหวานระยะสงบ (DM Remission) เพื่อเป็นรูปแบบกิจกรรมในการดูแลที่เฉพาะเจาะจง มุ่งเน้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและลดปัจจัยเสี่ยงเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยลดการพึ่งพายาและสามารถเข้าสู่ภาวะสงบของโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
-
เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้มีความรู้ทักษะในการดูแลผู้ป่วยเบาหวานและญาติตามแนวคิดเบาหวานระยะสงบภายใต้การดูแลของทีมสุขภาพ80
ผู้รับผิดชอบงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและสหวิชาชีพเข้าร่วมโครงการจำนวน 80 คน
-
เพื่อสนับสนุนครอบครัวและผู้ป่วยให้มีทักษะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจนสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้480
ผู้ป่วยเบาหวานและญาติผู้ดูแลเข้าร่วมโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จำนวน 480 คน
-
เพิ่มการเข้าถึงการตรวจ HbA1C อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี240
ผู้ป่วยเบาหวานที่เข้าร่วมโครงการได้รับการตรวจ HbA1C อย่างน้อย 1 ครั้ง/ปี
-
ผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อรังและสหวิชาชีพ80
-
ผู้ป่วยเบาหวาน(HbA1C < 8%)และผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่ที่เข้าเกณฑ์240
-
ญาติผู้ดูแลผู้ป่วยเบาหวาน240
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมคณะทำงานผู้รับผิดชอบงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
1.1 ประชุมวางแผนแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วย ประเมินปัญหา และร่วมกันจัดทำแผนการดูแลรายบุคคล ตามขั้นตอน 1) วิเคราะห์ข้อมูลสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงของผู้ป่วย 2) ประเมินพฤติกรรมสุขภาพและสภาพแวดล้อมของผู้ป่วย 3) กำหนดเป้าหมายการดูแลและตัวชี้วัดรายบุคคล 4) จัดทำแผนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา 5) กำหนดผู้รับผิดชอบและแนวทางการติดตามผู้ป่วย
งบประมาณ 1) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 2 ครั้ง เป็นเงิน 4,200 บาท
2) ค่าอาหารกลางวัน สำหรับผู้เข้าร่วมประชุมและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 30 คน x 120 บาท x 1 มื้อ x 2 ครั้ง เป็นเงิน 7,200 บาท1 กันยายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25691) มีการจัดประชุมชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน และวางแผนปฏิบัติการ1 ครั้ง 2) มีการจัดประชุมติดตามผลการดำเนินงาน 1 ครั้ง/1) มีแนวทางการดำเนินงานในระดับพื้นที่ ที่เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ 2) สถานบริการสาธารณสุข ดำเนินงานตามแนวทางที่เชื่อมโยงระหว่างโรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิ
11400 บาท -
อบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรดูแลผู้ป่วยเบาหวาน (2 วัน)
2.1 การจัดอบรมเชิงปฏิบัติ การเพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรสาธารณสุข
โดยมีเนื้อหา 1) ความรู้เกี่ยวกับโรค เบาหวานและแนวทางการดูแลผู้ป่วยเพื่อเข้าสู่ภาวะโรคเบาหวานระยะสงบ 2) การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพตนเอง 3) การประเมินความเสี่ยงและการติดตามผู้ป่วยรายบุคคล 4) เทคนิคการสื่อสารและการให้คำปรึกษาเพื่อสร้างแรงจูงใจ 2.2 จัดทำระบบเครือข่ายทีมสุขภาพที่เชื่อมโยงการทำงานตั้งแต่ระดับจังหวัด อำเภอ หน่วยบริการปฐมภูมิและครอบครัว
โดยกำหนดบทบาทหน้าที่ 1) ระดับจังหวัด ทำหน้าที่กำหนดนโยบาย สนับสนุนวิชาการ และติดตามประเมินผล 2) ระดับอำเภอ ทำหน้าที่ประสานงานและกำกับการดำเนินงานในพื้นที่ 3) ระดับหน่วยบริการ ปฐมภูมิ ทำหน้าที่คัดกรอง วางแผน และดูแลรักษาผู้ป่วย 4) ระดับชุมชน และ อสม. ทำหน้าที่ติดตามเยี่ยมบ้านและสนับสนุนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 5) ระดับครอบครัว ทำหน้าที่ดูแลและสนับสนุนผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องงบประมาณ 1) ค่าสัมมนาคุณวิทยากรบรรยาย 3 ชม. x 600 บาท x 1 คน x 2 วัน เป็นเงิน 3,600 บาท
2) ค่าสัมมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 3 ชม. x 600 บาท x 6 คน x 2 วัน เป็นเงิน 21,600 บาท
3) ค่าที่พักวิทยากร จำนวน 3 ห้องๆละ 1,000 บาท 2 คืน เป็นเงิน 6,000 บาท
4) ค่าพาหนะวิทยากร จำนวน 6 คน เป็นเงิน 24,000 บาท
5) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม สำหรับผู้เข้าร่วมอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 80 คน x 50 บาท x 4 มื้อ เป็นเงิน 16,000 บาท
6) ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม วิทยากร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจำนวน 80 คน x 300 บาท x 2 มื้อ เป็นเงิน 48,000 บาท
7) ค่าสื่อประชาสัมพันธ์ไวนิลขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร พร้อมขาตั้งผืนละ 1,500 บาท จำนวน 3 ผืน เป็นเงิน 4,500 บาท
8) ค่าสื่อและอุปกรณ์สาธิตการฝึกอบรม เป็นเงิน 5,000 บาท2 พฤศจิกายน 2569 ถึง 31 ธันวาคม 25691) มีการอบรมพัฒนาศักยภาพบุคลากรและเครื่อข่ายหน่วยงานสาธารณสุข/1) ผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อรังมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการดูแลผู้ป่วยเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ
2) ผู้รับผิดชอบงานโรคเรื้อรัง มีทักษะการสร้างแรงจูงใจในการส่งเสริมให้ผู้ป่วยเบาหวานปรับเปลี่ยนพฤติกรรม128700 บาท -
อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยเบาหวานและญาติผู้ดูแลเรื่องอาหาร (2 วัน 12 อำเภอ)
3.1 อบรมพัฒนาศักยภาพผู้ป่วยเบาหวานและญาติผู้ดูแล 1) กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคเบาหวานและภาวะแทรกซ้อน 2) กิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพตนเอง 3) กิจกรรมประเมินความเสี่ยงและการติดตามผลลัพธ์สุขภาพ 4) แนวทางดำเนินการติดตามผู้ป่วยอย่างต่อเนื่องตามแผนการดูแลรายบุคคล
งบประมาณ 1) ค่าสัมมนาคุณวิทยากรบรรยาย 3 ชม. x 600 บาท x 1 คน x 2 วัน x 12 ครั้ง (12 อำเภอ) เป็นเงิน 43,200 บาท
2) ค่าสัมมนาคุณวิทยากรกลุ่ม 3 ชม. x 600 บาท x 2 คน x 2 วัน x 12 ครั้ง (12 อำเภอ) เป็นเงิน 86,400 บาท
3) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 40 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 2 วัน x 12 อำเภอ เป็นเงิน 67,200 บาท
4) ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 40 คน x 120 บาท x 1 มื้อ x 2 วัน 12 อำเภอ เป็นเงิน 115,200 บาท
5) คู่มือปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 480 ชุด ชุดละ 40 บาท เป็นเงิน 19,200 บาท
6) ค่าสื่อประชาสัมพันธ์ไวนิลขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3.5 เมตร พร้อมขาตั้งผืนละ 1,500 บาท จำนวน 12 ผืน เป็นเงิน 18,000 บาท2 ธันวาคม 2569 ถึง 31 พฤษภาคม 25701) มีการอบรมให้ความรู้ สอนแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย การประเมินความเสี่ยงและการดูแลสุขภาพตนเอง/1) ผู้ป่วยเบาหวานและญาติมีความรู้และทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 2) ผู้ป่วยและญาติมีความรู้และสามารถสาธิตย้อนกลับการประเมินความเสี่ยงและการติดตามผลลัพธ์สุขภาพได้
349200 บาท -
ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามประเมินผลลัพธ์สุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน
4.ประชุมเชิงปฏิบัติการติดตามประเมินผลลัพธ์สุขภาพผู้ป่วยเบาหวาน 1) ติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมสหวิชาชีพและ อสม. 2) ประเมินพฤติกรรมด้านอาหาร การออกกำลังกาย และการใช้ยา 3) ติดตามค่าระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนัก
4) ให้คำปรึกษาและเสริมแรงจูงใจในการดูแลตนเอง 5) ปรับแผนการดูแลให้เหมาะสมกับสภาพปัญหาของผู้ป่วยแต่ละรายงบประมาณ 1) ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 40 คน x 35 บาท x 2 มื้อ x 12 ครั้ง เป็นเงิน 33,600 บาท
2) ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 40 คน x 120 บาท x 1 มื้อ x 12 ครั้ง เป็นเงิน 57,600 บาท1 มีนาคม 2570 ถึง 31 สิงหาคม 2570ผู้ป่วยเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและมีผลลัพธ์สุขภาพ/ผู้ป่วยเบาหวานมีน้ำหนักลดลงและค่าน้ำตาลสะสม(HbA1C) ลดลง
91200 บาท
1 เกิดต้นแบบของเครือข่ายดูแลผู้ป่วยเบาหวานที่เชื่อมโยงระดับจังหวัดและระดับพื้นที่ ในการดูแล
ผู้ป่วยเบาหวานระยะสงบ
2 ผู้ป่วยโรคเบาหวานได้รับการดูแลแบบรายบุคคลจนสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่อง
3 ครอบครัวและผู้ป่วยมีความรู้และเกิดทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม
| ชื่อเอกสาร | ผู้ส่ง | ||
|---|---|---|---|
| 1 | ไฟล์ข้อเสนอโครงการ ครั้งที่ 1 (.pdf) @7 ส.ค. 2569 | สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดปัตตานี |
