โครงการเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตในชุมชน” ของผู้ป่วยจิตเวช โดยการมีส่วนร่วมของผู้ดูแลและชุมชนบำบัดที่สี่สหาย ปี 2569
-
นางวิราวรรณ ประยูรสวัสดิ์เดช
-
จำนวนเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี
โรคทางจิตเวชเป็นโรคที่เกิดจากการทำหน้าที่ของสมองที่ผิดปกติ จนทำให้สารสื่อประสาทในสมองเกิดความไม่สมดุล ทำให้เกิดความผิดปกติทางด้านความคิด อารมณ์ และพฤติกรรม และบุคลิกภาพ อีกทั้งมีลักษณะการดำเนินโรคที่ยาวนาน เรื่องรังและมีอาการเกิดขึ้นได้ซ้ำหลายครั้ง และเมื่ออาการคงเหลืออยู่อีกแม้ว่าการดำเนินโรคจะสงบลงก็ตาม ผู้ป่วยจึงต้องได้รับการรักษาและการดูแลที่ต่อเนื่อง การส่งเสริมและติดตามกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีความสามารถในการดูแลตนเองและจัดการปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง เพื่อป้องกันการเสื่อมถอยของทักษะการดูแลตนเอง ทักษะการอยู่ร่วมกันภายในบ้าน ทักษะทางสังคม ทักษะการทำงาน ทักษะการใช้เวลาว่างและการพักผ่อน และทักษะการใช้ชีวิตในชุมชน ทำให้การดำเนินชีวิตประจำวันและการปฏิบัติหน้าที่การงานบกพร่อง แยกตัวออกจากสังคม ไม่สนใจตนเองและสิ่งแวดล้อม ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ก่อให้เกิดการเจ็บป่วยที่เรื้อรังได้ ทำให้ต้องใช้เวลาในการรักษาและการดูแลที่ต่อเนื่องและยาวนานมากขึ้น ส่งผลมายังตัวผู้ป่วยเองจากกลุ่ม ส่งผลกระทบต่อตัวผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชนจากความรู้สึกทั้งกลัว เครียด โกรธ วิตกกังวล หมดกำลังใจ อับอาย เกิดเป็นตราบาปและภาระทำให้ผู้ป่วยขาดการรักษาที่ต่อเนื่อง เกิดอาการรุนแรงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบดังกล่าวมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเห็นได้ว่าการรักษาผู้ป่วยจิตเวชนอกจากการรักษาด้วยยาแล้ว จำเป็นต้องเน้นถึงการฟื้นฟูสมรรถภาพทางสังคม การเตรียมสิ่งแวดล้อมให้เหมาะสม และความรับผิดชอบของชุมชนต่อผู้ป่วยให้เกิดการยอมรับผู้ป่วยว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม การให้โอกาสผู้ป่วยจิตเวชได้กลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคมอีกครั้ง (Shives, 2012; Townsend, 2008; Videbeck, 2001) กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้เก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลการดำเนินงานตามกระบวนการ PDCA อย่างต่อเนื่อง ปี พ.ศ. 2550 พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชแบบครอบครัวอาสาขึ้นเพื่อฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้ป่วยจิตเวชให้สามารถดูแลตนเองได้และปรับตัวอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างเหมาะสม ครอบครัวและชุมชนอยู่ร่วมกับผู้ป่วยอย่างปกติสุขบนพื้นฐานการมีเจตคติที่ดีร่วมกัน ผู้ป่วยบางคนเป็นจิตอาสาที่คลินิกจิตเวชทุกวัน ในปี พ.ศ. 2554 – 2560 นำมาพัฒนาเป็นโครงการสร้างเสริมความเข้มแข็งของชุมชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชด้วย Home Stay ค่ายครอบครัวอ้อมรักด้วยรัก โดยในปี 2555 และปี 2557 ได้ทำกิจกรรมจนเป็นชุมชนต้นแบบ ในปี 2557–2559 จนพัฒนาเป็น Home Ward ฝึกฟื้นฟูอาชีพโดยคนในชุมชน ในปี 2560 ได้ขยายพื้นที่ดำเนินการและพัฒนาทักษะทางอาชีพให้ผู้ป่วยจิตเวช ผู้ป่วยเกิดการยอมรับตนเอง ยอมรับสังคม และสังคมเกิดการยอมรับในตัวผู้ป่วยจิตเวชลดทัศนคติด้านลบที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช จากการที่ผู้ป่วยฝึกทักษะทางสังคมในด้านต่าง ๆ และให้ผู้ป่วยเข้าไปพักอาศัยอยู่กับชาวบ้าน ทำงานภายในบ้านเสมือนหนึ่งเป็นสมาชิกในครอบครัวทำให้เกิดความผูกพัน เกิดทัศนคติที่ดีต่อผู้ป่วยจิตเวช ยอมรับในตัวผู้ป่วยจิตเวชไม่รังเกียจหรือหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวชอีกต่อไป และในปี 2565 ได้พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชแบบครอบครัวจิตอาสาที่มีการบูรณาการใช้ทักษะทั้ง 6 ด้าน ในการส่งเสริมสร้างศักยภาพผู้ป่วยอันมีครอบครัวและชุมชนให้การสนับสนุน ให้มีความสามารถประกอบอาชีพและใช้ชีวิตในสังคม อันทำให้ผู้ป่วย ครอบครัว และชุมชน มีความรู้และความสามารถในการดูแลตนเองและฟื้นฟูทักษะตนเองเมื่ออยู่ในชุมชนได้อย่างถูกต้องและมั่นใจ จะเห็นได้ว่าการดำเนินส่งเสริมและฟื้นฟูทักษะการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ครอบครัวและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข มีสุขภาพที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีทัศนคติที่ดี และรู้สึกมีคุณค่าในตนเองต่อการดูแลผู้ป่วยที่มีการเจ็บป่วยทางจิตเวช ดังนั้นในปี ๒๕๖๙ กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลหาดใหญ่ พัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนด้วย “บัดดี้สี่สหาย” “ดูแลใกล้ตัว ใกล้บ้าน ใกล้ใจ” โดยกำหนดให้ผู้ป่วยมีสหายประจำตัว ๔ คน ที่บูรณาการการดำเนินงานร่วมกัน ประกอบด้วย สหายคนที่ ๑ สหายประจำบ้าน คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) หรือบุคคลที่ผู้ป่วยให้ความไว้วางใจ ทำหน้าที่ดูแลผู้ป่วยให้รับประทานยาและติดตามการรักษาอย่างทันที สหายคนที่ ๒ หมอสาธารณสุข คือ บุคลากรในหน่วยบริการปฐมภูมิ ครอบคลุมบุคลากรทุกสาขาวิชาชีพทั้งพยาบาล เภสัชกร นักวิชาการสาธารณสุขและวิชาชีพอื่น ๆ ทำหน้าที่ถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาและเป็นที่ปรึกษาให้สหายคนที่ ๑ และประสานงานระหว่างสหายคนที่ ๑ กับสหายคนที่ ๓ ในการส่งต่อผู้ป่วย สหายคนที่ ๓ หมอครอบครัว คือแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัวหรือจิตแพทย์ เป็นผู้ให้การรักษา ให้คำปรึกษา ประสานและส่งต่อแพทย์เฉพาะทางอื่น ๆ ตามสภาพปัญหาของผู้ป่วย สหายคนที่ ๔ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ได้แก่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน ผู้รักษาความสงบในชุมชน หรืออาสาสมัครอื่น ๆ แนวทางการดูแลผู้ป่วย ในรูปแบบดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง ลดการกำเริบซ้ำและเฝ้าระวังการก่อความรุนแรง ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้ตามปกติ ช่วยลดภาระของผู้ดูแล (caregiver burden) รวมทั้งมุ่งหวังให้ผู้ป่วยและผู้ดูแลมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จะมีจัดโครงการในการเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนโดยขยายพื้นที่เป็นโซนคาบสมุทร จังหวัดสงขลา เนื่องจากเป็นโซนอำเภอที่มียอดผู้ป่วยจิตเวชสูงและ มีหอผู้ป่วยจิตเวชที่ได้มาตรฐานในโรงพยาบาลชุมชน อันเป็นทักษะที่ต้องนำทักษะมาใช้ร่วมกันทุกทักษะ ซึ่งจะเป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่าผู้ป่วยสามารถดูแลตนเองและใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้ผู้ป่วยไม่มีอาการกำเริบซ้ำอยู่ในชุมชนได้ยาวนานและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ชุมชนมีความเข้มแข็งในการดูแลช่วยเหลือคนในชุมชน ผู้ดูแลและผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนของตนเอง และเป็นต้นแบบในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชสำหรับชุมชนอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดสงขลาต่อไป
-
เพื่อเพิ่มจำนวนเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี
จำนวนเครือข่ายงานสุขภาพจิตที่เข้าร่วมสร้างเครือข่ายพลเมืองสุขภาพจิตดี
๑. เพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวช
๒. เพื่อเสริมสร้างทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของญาติ และชุมชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช
๓. เพื่อเสริมสร้างความสามารถของญาติและชุมชนในการดูแลส่งเสริมทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวช
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง
-
๔.๑ ผู้ป่วยจิตเวช ๓๕ คน ๔.๒ ญาติ/ผู้ดูแล ๒๕ คน ๔.๓ เจ้าบ้าน ๒๐ คน ๔.๔ บุคลากรสาธารณสุขในเครือข่าย ๔๐ คน ๔.๕ แกนนำชุมชน อสม. ,อบต. ในจังหวัดสงขลา ๕๐ คน
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
เป็นโครงการให้บริการวิชาการแก่สังคมในรูปแบบการเข้าค่ายอยู่ร่วมกันในชุมชนระหว่างผู้ป่วยจิตเวช ญาติ บุคคลในชุมชน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา บุคลากรสาธารณสุขในชุมชน และกลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลหาดใหญ่ โดยจัดกิจกรรมในการให้ความรู้ สร้างความเข้าใจกันและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ป่วยจิตเวช ญาติผู้ป่วยจิตเวช ผู้นำชุมชน อสม. ผู้นำศาสนา บุคลากรสาธารณสุขในชุมชน ฝึกทักษะการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน และคัดกรองผู้ป่วยเบื้องต้นเพื่อส่งต่อในการช่วยเหลือและรักษา ๔.๑ นำความรู้จากการจัดโครงการค่ายครอบครัวล้อมรั้วด้วยรักเผยแพร่และแลกเปลี่ยนความรู้กับหน่วยงานอื่น ๆ พร้อมทั้งนำความรู้ที่ได้มาปรับปรุงในการจัดโครงการครั้งต่อไป ๔.๒ ประชุมทีมงานเครือข่ายสุขภาพจิต จังหวัดสงขลา เพื่อทบทวนแผนยุทธศาสตร์ ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ความรับผิดชอบ และความต้องการของชุมชนในการกำหนดโครงการส่งเสริมสุขภาพจิตและจิตเวชในชุมชน ๔.๓ คัดเลือกตำบลพะตง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นตำบลต้นแบบ เนื่องจากเป็นชุมชนที่มีจำนวนผู้ป่วย จิตเวชที่อาศัยในพื้นที่จำนวนมาก มีการดำเนินงานที่ส่งเสริมสุขภาพจิตและจิตเวชในชุมชนอย่างต่อเนื่องในรูปแบบบัดดี้สี่สหาย เพื่อพัฒนาให้เป็นชุมชนต้นแบบในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชต่อไป ๔.๔ ประชุมทีมบุคลากรสาธารณสุขและเจ้าหน้าที่ ชี้แจงโครงการและวางแผนการดำเนินงานในการสำรวจทัศนคติและความต้องการของชุมชน ๔.๕ ประชุมผู้นำชุมชน สำรวจทัศนคติและความต้องการของชุมชนประกอบด้วยบุคคลในชุมชน ผู้นำชุมชน ผู้นำศาสนา บุคลากรสาธารณสุขในชุมชน และเจ้าหน้าที่ โดยใช้กระบวนการ AIC ในการแลกเปลี่ยนประเด็นความคิดเห็นในประเด็นดังต่อไปนี้ - ความคิดและความรู้สึกของการดูแลและฟื้นฟูทักษะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน - สิ่งที่อยากในเกิดขึ้นในการดูแลและฟื้นฟูทักษะการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน - ความคิดและความรู้สึกต่อรับผู้ป่วยจิตเวชมาดูแลและฟื้นฟูทักษะชุมชน ๔.๖ ประชุมชาวบ้าน ให้ตัวแทนชาวบ้านที่มีประสบการณ์เข้าค่ายครอบครัวล้อมรั้วด้วยรักแบ่งปันประสบการณ์และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นให้ชาวบ้านฟังเพื่อตัดสินใจในการเข้าร่วมโครงการ ๔.๗ ประชุมผู้นำชุมชนและเจ้าบ้านในชุมชน สำรวจทัศนคติเกี่ยวกับความคิด ความรู้สึก ความสามารถในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช การมีส่วนร่วมในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช และสิ่งที่คาดหวังให้เกิดขึ้นจากการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน ๔.๘ จัดอบรมให้ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน ๔.๙ ประชุมคัดเลือกสถานที่ในการจัดโครงการการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนร่วมกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในชุมชน แกนนำชุมชน ๔.๑๐ ลงมติในการคัดเลือกสถานที่ในการจัดโครงการการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนพร้อมทั้งทำหนังสือขอความอนุเคราะห์ในการใช้สถานที่ ๔.๑๑ ประชุมเตรียมความพร้อมของคณะทำงาน เจ้าบ้าน และแกนนำชุมชนในการแจ้งผลการสำรวจพื้นที่ กิจกรรมที่จะจัดทั้งหมด และมอบหมายหน้าที่ความรับผิดชอบแก่คณะทำงานและชาวบ้าน ๔.๑๒ สำรวจพื้นที่ ติดตามเยี่ยมบ้าน สำรวจความพร้อมของสถานที่ ชี้แจงแผนกิจกรรม และประเมินทัศนคติของเจ้าของบ้าน และชุมชน ๔.๑๓ ประชุมคณะทำงานโครงการการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน ชี้แจงเกณฑ์การคัดเลือกผู้ป่วยจิตเวช ผู้ดูแล และจิตอาสาที่เข้าร่วมกิจกรรม แบ่งหน้าที่ความรับผิดชอบในการดำเนินกิจกรรมพร้อมทั้งชี้แจงกำหนดการและรายละเอียดของกิจกรรม ๔.๑๔ ดำเนินโครงการการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนตามแผนงานที่วางไว้ ๔.๑๕ สรุปประเมินผลการจัดโครงการการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนถึง320000 บาท
๙.๑ ผลผลิต (Out put)
ผู้ป่วยมีความรู้และความสามารถในการใช้ชีวิตในชุมชนได้อย่างถูกต้องและมีความมั่นใจเพิ่มขึ้น
ครอบครัว และชุมชนมีความรู้และความสามารถในการใช้ชีวิตในชุมชนและดูแลฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนได้อย่างถูกต้องและมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น
๙.๒ ผลลัพธ์ (Out come )
มีแนวทางปฏิบัติในการดูแลและฟื้นฟูทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนของผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนที่มีประสิทธิภาพ
มีองค์ความรู้ใหม่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และแนวทางในการพัฒนาทักษะการใช้ชีวิตในชุมชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช ผู้ดูแล และชุมชนกับปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น
๙.๓ ผลกระทบ (Impact)
- เกิดตำบลต้นแบบในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนรูปแบบ Home Stay Home ward “บัดดี้สี่สหาย” ในโซนคาบสมุทรของจังหวัดสงขลา
